29 ธันวาคม 2557

แบบสำรวจชีวิต โดย บัณฑิต ดาแว่น

คิดอย่างบัณฑิต
















แบบสำรวจชีวิต

มาตรฐานจากพระคัมภีร์  มัทธิว 5.1-48              โดย ศจ.บัณฑิต  ดาแว่น
กรุณาตอบจากใจจริง และพิจาณาตนเองอย่างตรงไปตรงมา ระหว่างคุณกับพระเจ้าผู้สูงสุด
ว่าชีวิตของคุณสมควร "ผ่าน" หรือ "ไม่ผ่าน" การเป็นคนดี ตลอดปีที่ผ่านมาหรือไม่ ?

“ทานทั้งหลายจงเป็นผู้ดีรอบคอบ เหมือนพระบิดาของท่านบนสวรรค์ที่ทรงเป็นผู้ดีรอบคอบ” (มธ.5.48)

คุณสมบัติของชีวิต-คนดี
ผ่าน
ไม่ผ่าน

คุณสมบัติภายในชีวิต 8 ประการ  (5.3-12)


1
เป็นคนที่ไวต่อความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และไวต่อการรับความช่วยเหลือจากพระเจ้า (3)


2
เป็นคนที่รู้จักสำนึกและเสียใจต่อสิ่งที่ได้ทำผิดไป (4)


3
เป็นคนที่มีใจอ่อนโยน (5)


4
เป็นคนหิวกระหายความชอบธรรม (6) (แสวงหาที่จะทำความดี)


5
เป็นคนที่มีใจกรุณา ทั้งคนและสรรพสัตว์(7)


6
เป็นคนที่ใจบริสุทธิ์(8)  (ไม่หน้าไหว้หลังหลอก)


7
เป็นคนที่สร้างสันติภาพ (9)  คือ สร้างมิตร ไม่สร้างศัตรู


8
เป็นคนที่เลือกทำแต่ความดีแม้จะต้องพบกับความลำบากก็ตาม (10-12)



คุณสมบัติที่มีต่อสังคม และคนอื่น ๆ 9 ประการ  (5.13-47)


9
เป็นคนที่มีคุณภาพที่ดีต่อสังคม เป็นเหมือนเกลือรักษาความเค็ม (13)


10
เป็นคนที่สามารถชี้ทางสว่าง (ความจริง)ให้คนอื่นได้  และมีความสะอาดโปร่งใส (14-16)


11
เป็นคนเคร่งครัดและยึดหลักธรรมเป็นสำคัญในการดำเนินชีวิต (20)


12
เป็นคนที่ไม่โกรธง่าย และไม่ทำร้ายคนอื่น แต่พร้อมจะคืนดีแม้ตัวเองไม่ผิดก็ตาม (21-26) 


13
เป็นคนที่ไม่ล่วงประเวณีผัวเมียคนอื่น แม้แต่จะคิดในใจก็ไม่ทำ (27-30)


14
เป็นคนที่ไม่คิดหย่าร้างจากคู่ครอง และไม่หาเหตุในการแยกทางด้วย (31-32)


15
เป็นคนที่ไม่พูดโกหกหลอกลวง อะไรที่จริงก็บอกจริง ไม่ ก็ว่าไม่  เชื่อถือคำพูดได้ (33-37)


16
เป็นคนที่ไม่คิดแค้นพยาบาท แต่เต็มด้วยน้ำใจอุทิศเสียสละ (38-42) 


17
เป็นคนที่มีความรักที่ใหญ่หลวง แม้กระทั่งคนที่เคยทำร้าย(ศัตรู) ก็ยังอภัยให้ได้ (43-47)






ข้อคิดจากพระคัมภีร์...
เพราะว่าผู้ใดรักษาธรรมบัญญัติได้ทั้งหมด   แต่ผิดอยู่ข้อเดียว   ผู้นั้นก็เป็นผู้ผิดธรรมบัญญัติทั้งหมด (ยก2.10)
แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย   คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น   พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา เพราะเหตุนั้นเมื่อเราเป็นคนชอบธรรมแล้วโดยพระโลหิตของพระองค์   ยิ่งกว่านั้นเราจะพ้นจากพระอาชญาของพระเจ้าโดยพระองค์  (รม.5-8-9)

25 ธันวาคม 2557

พระเยซูคริสต์...ศูนย์กลางของชีวิตและจักรวาล โดย ศจ.บัณฑิต ดาแว่น

คิดอย่างบัณฑิต 
พระเยซูคริสต์...ศูนย์กลางของชีวิตและจักรวาล 
โดย  ศจ.บัณฑิต  ดาแว่น 
        ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล  เป็นความจริงทางวิทยาศาสตร์ ฉันใด   พระเยซู คือ ผู้ที่เป็นศูนย์กลางของชีวิต และจักรวาลที่แท้จริง ฉันนั้น เพราะเชื่อว่า การที่ระบบสุรยะจักรวาลขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบนั้น  ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง คอยควบคุมทุกสิ่งให้เป็นไปคือ องค์พระเยซูคริสต์เจ้า ผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด ซึ่งเป็นผู้ออกแบบและสร้างทุกสิ่งขึ้นมา นั่นเอง !  
            เทศกาลคริสตมาส เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของพระเยซูได้อย่างชัดเจน  สังเกตจากการเฉลิมฉลองกันอย่างแพร่หลาย ไปทุกทั่วมุมโลก  ทุกอย่างล้วนมุ่งตรงมาที่พระเยซู  ไม่ว่าจะเป็น ภาคธุรกิจ ภาครัฐ เอกชน ประชาชนทั่วไป ต่างให้ความสนใจเทศกาลนี้  แสดงให้เห็นถึงความพิเศษ ความน่าสนใจ และความน่ามหัศจรรย์ ที่ผู้คนต่างให้ความสำคัญกับเทศกาลคริสตมาส  แม้ว่าบางครั้งอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงก็ตาม
            การมาบังเกิดของพระเยซูก่อให้เกิดปีคริสตศักราชที่ใช้เป็นปีสากลของโลก แสดงให้เห็นถึงการเป็นศูนย์กลางของประศาสตร์โลกอย่างอัศจรรย์  ทุกสิ่งใต้ฟ้า จักรวาล อยู่ภายใต้กาลเวลาของพระเยซู ผู้ทรงเป็นองค์นิรันดร์ ที่อยู่เหนือกาลเวลา  พระคัมภีร์บันทึกว่า  "พระเยซู" เป็น จุดเริ่มต้น และ เป็นเบื้องปลาย  นั่นหมายความว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกสถานการณ์ล้วนเกี่ยวข้องกับพระเยซู ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ (วว.1.8 )พระเจ้าผู้ทรงอยู่เดี๋ยวนี้   ผู้ได้ทรงเป็นอยู่ในกาลก่อน   ผู้จะเสด็จมานั้น   และผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด   ได้ตรัสว่า   “เราเป็นอัลฟา[ เป็นอักขระตัวต้นในภาษากรีก ]    และโอเมกา[ เป็นอักขระตัวสุดท้ายในภาษากรีก ]
พระคัมภีร์เดิมพยากรณ์เล็งถึงพระเยซู และ พระคัมภีร์ใหม่เริ่มต้นที่พระเยซู  และทุกสิ่งที่พยากรณ์ไว้ได้สำเร็จอย่างสมบูรณ์ในพระเยซู  ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมุ่งตรงมาที่พระเยซู ตัวอย่าง...
อิสยาห์ 7.14  14เพราะฉะนั้น  องค์พระผู้เป็นเจ้าจะประทานหมายสำคัญเอง   ดูเถิด  หญิงสาวสาวพรหมจารีได้ คนหนึ่งจะตั้งครรภ์   และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง   และเขาจะเรียกนามของท่านว่า   อิมมานูเอล[ แปลว่า   พระเจ้าทรงสถิตกับเราทั้งหลาย
 มัทธิว 1.1 หนังสือลำดับพงศ์ของพระเยซูคริสต์ ผู้เป็นเชื้อสายของดาวิดผู้สืบตระกูลเนื่องมาจากอับราฮัม  
มาระโก 1.1  ข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้าเริ่มต้นตรงนี้
ชาวยิวบันทึกลับดับพงษ์พันธุ์ โดยมุ่งตรงมาที่พระเยซูเป็นสำคัญ
                ดังนั้นตั้งแต่อับราฮัมลงมาจนถึงดาวิดจึงเป็นสิบสี่ชั่วคน   และนับตั้งแต่ดาวิดลงมา   จนถึงต้องถูกกวาดไปเป็นเชลยยังกรุงบาบิโลน   เป็นเวลาสิบสี่ชั่วคน   และนับตั้งแต่ต้องถูกกวาดไปเป็นเชลยยังกรุงบาบิโลน   จนถึงพระคริสต์เป็นสิบสี่ชั่วคน(มธ.1.17)
การบังเกิดของพระเยซูทำให้พระวจนะของพระเจ้าสำเร็จ
                ทั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะของพระเป็นเจ้า   ซึ่งตรัสไว้โดยผู้เผยพระวจนะว่า... (มธ.1.22)
การบังเกิดของพระเยซู ทำให้ชีวิตคนธรรมดากลายเป็นบุคคลพิเศษ เมื่อเขาให้พระเยซูเป็นศูนย์กลางของชีวิต  (มธ.1-18-25)
            โยเซฟ และมารีย์ แม้จะมีเชื้อสายของกษัตริย์ดาวิด แต่พวกเขาก็กลายเป็นหญิงสาว ชายหนุ่ม เหมือนชาวบ้านธรรมดาทั่วไปแล้ว เพราะการกระจัดกระจายของบ้านเมืองหลายร้อยปีที่ผ่านมา  พวกเขาวางแผนชีวิตเพียงแค่ได้แต่งงาน อยู่กินด้วยกัน ทำมาหากิน มีลูก มีที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า อาหาร และปัจจัยพื้นฐานตามธรรมดาของชีวิตเท่านั้น  แต่เมื่อพวกเขายอมให้พระเยซูเป็นศูนย์กลางของชีวิตและ กลายมาเป็นผู้มีส่วนในแผนการของพระเจ้าผ่านทางชีวิตพระเยซู  ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากหญิงสาว ชายหนุ่ม ที่มีไม่กี่คนรู้จักในเวลานั้น  แต่เวลานี้คนทั่วโลกรู้จัก และชื่นชมพวกเขา ชื่อของเขาถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ และประกาศออกไปจนทั่วโลก เป็นเวลา 2 พันกว่าปีมาแล้ว และสืบไปเป็นนิตย์  เพราะพวกเขามีพระเยซูเป็นศูนย์กลางชีวิต  สิ่งเหลานี้เกิดขึ้นได้โดยง่ายหรือไม่  แต่เป็นไปโดยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า

            ชีวิตของคุณและผมสามารถกลายเป็นชีวิตที่มีคุณค่าและเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดได้  หากมีพระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลางของชีวิต ศูนย์กลางการตัดสินใจ และการกระทำทุกสิ่ง  สิ่งมหัศจรรย์จะเกิดขึ้นกับชีวิตอย่างเหลือเชื่อ เมื่อยอมให้พระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลางของชีวิต  ลองดูสิครับ !

20 กันยายน 2557

โลกนี้อันตรายยิ่ง โดย บัณฑิต ดาแว่น

คิดอย่างบัณฑิต  โดย  บัณฑิต  ดาแว่น 

โลกนี้อันตรายยิ่ง

            การเดินทางของชีวิตในโลกนี้ มีอันตรายอยู่รอบด้าน  บางที เมื่อก้าวขาออกจากบ้าน อาจขาดชีวิตไปแล้วเกือบครึ่ง ถึง แม้ไม่ออกนอกบ้านงานของความตายยังมาเยือนได้เช่นกัน
            หนีไม่พ้น ! ทุกคนต้องเผชิญ  ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แม้ไม่ได้เชื้อเชิญมันก็มาสักวัน  จะวันนี้ หรือวันนั้น แบบเฉียบพลัน หรือ วันละนิด จะเสียทั้งชีวิต หรือ บางชิ้นส่วน  เท่านั้นเอง !
            น่ากลัวนะ !  แน่นอน หากคิดดูให้ดี โลกนี้น่ากลัว  ตัวเราไม่ทำตัวเอง แต่เกรงว่าจะมีคนอื่นกระทำ  ขับรถออกถนน เราไม่ชนเขา เขาอาจชนเรา  เป็นไปได้ทั้งนั้น...สุดท้ายต้องระวัง ! เป็นดีที่สุด ขนาดระวังแล้ว ยังมีปัญหา แต่ถ้าไม่ระวัง อะไรจะเกิดขึ้น...
            ท่านเปาโล นักปราญช์ของโลกเตือนสติไว้ว่า...
1  15เพราะฉะนั้น จงระวังในการดำเนินชีวิตให้ดี อย่าเหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา
2  16จงใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ เพราะว่าทุกวันนี้เป็นยุคสมัยที่ชั่วร้าย
3  17เพราะเหตุนี้ อย่าเป็นคนโง่เขลา แต่จงเข้าใจว่าอะไรคือพระประสงค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
4  18และอย่าเมาเหล้าองุ่นซึ่งจะทำให้เสียคน แต่จงเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณ
5  19จงปราศรัยกันด้วยเพลงสดุดี เพลงนมัสการ และเพลงฝ่ายจิตวิญญาณ คือร้องเพลงและสดุดีจากใจของพวกท่านถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า
6  20จงขอบพระคุณพระเจ้าคือพระบิดาอยู่เสมอสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ในพระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
7   21 จงยอมเชื่อฟังกันและกันเนื่องด้วยความยำเกรงพระคริสต์  (Ephesians 5:15-21)
            โลกนี้พระเจ้าประทาน เป็นบ้านอาศัยชั่วคราว  โลกนี้จะยังน่าอยู่และสวยงามไปอีกนาน แต่จะกลายเป็นอันตรายยิ่ง ถ้าไม่ระวัง ! 
            จงยับยั้ง ความชั่ว ความบาป ความผิดในชีวิตของคุณเสียเดี๋ยวนี้ ! ก่อนที่จะสายไป
โลกนี้ยังมีความหวัง ถ้ายังมีความศรัทธาในพระเยซู ผู้เป็นพระเจ้าที่สร้างโลกนี้รวมทั้งชีวิตคุณและผม

ก่อนที่ชีวิตจะล่มจมลงในแดนมรณา อย่าช้า มาใช้ชีวิตในทางของพระองค์กันเถิด ซึ่งจะก่อเกิดสันติสุขที่เกินความเข้าใจ ในชั่วชีวิตของคุณได้...ตกลงมั้ยครับ !

01 พฤษภาคม 2557

วัน - แรง - งาน โดย บัณฑิต ดาแว่น

คิดอย่างบัณฑิต                                                   
 
                                
วัน -  แรง - งาน
โดย บัณฑิต  ดาแว่น

               วันที่  1  พฤษภาคม ที่ไรมักจะได้ยิน ได้เห็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานออกมาเคลื่อนไหว  เพื่อเรียกร้องสิทธิและสิ่งที่ควรจะได้รับอยู่เสมอ   ทำไม  ต้องมีการเรียกร้องกันปีละครั้งด้วย  ?  และทำไม ต้องรอให้มีการเรียกร้องเสียก่อนจึงจะมีการหาวิธีแก้ไข  ?   ในด้านของผู้ใช้แรงงานก็คงมีเหตุผลว่า วันนี้เป็นวันหยุดเลยเป็นโอกาสดีที่จะรวมตัวกัน และวันนี้สามารถเรียกร้องความสนใจจากผู้มีอำนาจได้ดีด้วย  ส่วนผู้มีอำนาจที่รับผิดชอบมีเหตุผลเช่นกันว่า ที่ผ่านมามีงาน มีปัญหามากมายอยู่แล้ว เมื่อมีคนมาเรียกร้องจึงเข้าไปดูแลเป็นธรรมดา  สรุปแล้วจึงเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น  มิน่าละ !  ต้นหอมผักชีในตลาดจึงขายดี แถมแพงเสียด้วย  เออ ..  ถ้าทุกอย่างขายดี และราคาดีอย่างนี้ก็คงดี  ผู้ใช้แรงงานในการสร้างสรรค์ผลงาน  ในการผลิตสินค้า และผลิตพืชผลต่างๆ อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ จะได้มีโอกาสดี ๆ กับเขาบ้าง !
            เมื่อพูดถึงผู้ใช้แรงงานในประเทศไทยโดยเฉพาะต่างจังหวัด น่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย  เพราะแหล่งงาน แหล่งเงินที่ดีนั้นมีอยู่น้อย  หลายคนมี แรง  แต่ ไม่มี  งาน  ที่จะทำ บางทีมี  งาน  แต่ไม่มี ตลาดที่จะขาย บางทีมีตลาด แต่ไม่มี คนที่จะซื้อ  เมื่อไม่มี  งาน  ก็ไม่มี เงิน ไปซื้อหาปัจจัยที่จำเป็นในการดำรงชีวิต  หลายคนจึงต้องพลัดพรากจากครอบครัวไปทำงานเมืองไกล และกลายเป็นเหตุหนึ่งของปัญหาครอบครัวที่ตามมา
            ได้แต่คิดฝันไปว่า เมื่อไหร่หนอ เมืองไทยจะมีเส้นทางคมนาคมที่สะดวกและมีทางออกเพื่อจะไปติดต่อกับเมืองอื่น และสามารถให้เมืองอื่นเข้ามาติดต่อได้สะดวกขึ้นมากกว่านี้  บ้านเราจะมีทางรถไฟเชื่อมโยงอย่างทั่วถึงหรือไม่ ?  เมื่อไหร่หนอ จะมีแหล่งการศึกษาที่ได้มาตรฐานทั่วถึงมากขึ้น  เมื่อไหร่หนอ จะมีความสงบสุข สามัคคี...เมื่อไหร่หนอ...
            เชื่อว่าคนไทยต่างรักบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง แต่บางคนไม่มีโอกาสที่ดีเท่านั้นเอง  ดังนั้นจึงขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้พิจารณาว่าจะทำอย่างไรที่จะนำพาบ้านเมืองของเราไปสู่การพัฒนาอย่างแท้จริง  อย่าทำเพียงแค่ รักษาตำแหน่ง รักษาอำนาจ เป็นครั้งคราวเท่านั้น
            หวังว่าวันแรงงานครั้งต่อไป จะไม่ต้องมีการเรียกร้องใด ๆ เพราะแต่ละคน แต่ละฝ่ายต่างมีความพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่อย่างเหมาะสมแล้ว  เนื่องจากมี...
            วัน ที่สามารถลืมตาอ้าปากได้
            มี แรง กาย แรงใจ แรงสมองที่จะคิดสร้างสรรค์ได้
            และ มี  งาน  ที่ดีเพียงพอสำหรับชีวิต

สุขสันต์ “วัน - แรง - งาน” นะครับ

15 เมษายน 2557

"อยากตาย ไม่อยากฟื้น" โดย บัณฑิต ดาแว่น

คิดอย่างบัณฑิต

อยากตาย ไม่อยากฟื้น
โดย  ศจ.บัณฑิต  ดาแว่น 

                ท่ามกลางปัญหาชีวิต ปัญหาสุขภาพ ปัญหาครอบครัว ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการเมืองและสังคม ที่ประเดประดังเข้ามา อาจทำให้ใครต่อใครเกิดอาการ กลืนไม่เข้า คายไม่ออก หวานอม ขมกลืน บางคนอาจ อยากหลับแบบไม่ยอมตื่น จะได้ไม่ต้องมารับรู้ปัญหา บางคนอาจเลยไปถึง อยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไป โดยไม่ต้องมีอะไรมาทำให้ฟื้นคืนขึ้นมาอีก จะได้สิ้นสุดกันเสียทีชีวิตนี้ !
          อาการเช่นนี้กำลังเกิดขึ้นกับคุณหรือไม่ ?  หากคุณกำลังเผชิญกับสภาวะดังกล่าวอยู่  ขอบอกให้รู้ว่า  "พระเยซูคริสต์ช่วยคุณได้" !  
          พระเยซู เป็นพระเจ้าที่เสด็จลงมาเกิดเป็นมนุษย์  จากสวรรค์สูงสุด ลงมายังที่ต่ำที่สุดบนแผ่นดินโลก จากเจ้าของสวรรค์ ลงมาเป็นเยี่ยงทาสในแดนมนุษย์  จากองค์บริสุทธิ์ มาถูกมนุษย์บาปหนาใส่ร้าย จนต้องกลายเป็นแพะรับบาป แต่เป็นทราบกันทั่วแล้วว่า สุดท้ายพระเยซู คือ "ผู้ชนะ"  ทรงชนะเหนือ ความตาย  ความบาป ความเจ็บปวดรวดร้าวในชีวิต  เพราะทรงเป็น "พระคริสต์" ผู้ถูกเจิมตั้งไว้ให้เป็น พระผู้ช่วยให้รอดบาปของมวลมนุษย์ (มธ.1.21-22) ตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า
            "วันศุกร์ประเสริฐ"  เป็นวันที่คริสตชนทั่วโลกระลึกถึงการวายพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ และ เช้าวันอาทิตย์แห่ง "วันอิสเตอร์" คือวันที่ยืนยันว่าทรงเป็นพระเจ้า ผู้มีชัยเหนือความตาย และหลังจากนั้นไม่ต้องวายพระชนม์อีกต่อไป  ทรงเป็นอยู่อย่างเนืองนิตย์ ดำรงชีวิตนิรันดร์ จากอดีต ปัจจุบัน และอนาคตกาลสืบไป
            ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีปัญหาอะไรที่พระเยซูคริสต์ ไม่เข้าใจ และช่วยไม่ได้ เพราะในฐานะมนุษย์  ได้ทรงผ่านร้อน หนาว ฝน   ยากจน มั่งมี มีคนรัก คนชัง มีคนแอบแทงข้างหลัง มีคนระวังข้างหน้า  มีความเหนื่อยล้า อิ่ม หิว  มีทั้งซิว(สมหวัง) ทั้งชวด(ผิดหวัง) มีเจ็บปวด และสุขสบาย ทั้งหัวเราะ ร้องไห้ ถูกทำร้ายทั้งกายและใจ ถูกใส่ความเท็จ ถูกสำเร็จโทษอย่างอยุติธรรม ถูกทารุณกรรมอย่างไร้ความปรานี ถูกย่ำยีอย่างไร้ศักดิ์ศรี ถูกพิพากษาคดีจนต้องถูกประหาร ถูกแขวนประจานบนไม้กางเขน จนน้ำและเลือดกระเซนซ่านออกจากชีวิต แต่ยังทรงอุทิศตนอย่างแน่วแน่
            เหตุการณ์เหล่านี้เกิดกับพระเยซูมาแล้วทั้งสิ้น  ไม่ใช่เพราะพระองค์เป็นพวกขี้แพ้ แต่เป็นเพราะ "ทรงยอม" ยอมให้เป็นไปตามพระทัยของพระเจ้า ที่มีแผนการแห่งการไถ่บาปให้กับคุณและผม โดยทางพระเยซูคริสต์ เพราะทรงรู้ดีว่า โดยกำลัง สติปัญญา ความล้ำหน้าของมนุษย์นั้นไม่อาจเอาชนะความบาปผิดที่อยู่ในชีวิตของตนเองได้ และนั่นคือต้นเหตุของความทุกข์ยากลำบากที่เราต้องเผชิญอยู่เสมอ ทั้งทีเผลอ และตั้งใจ ไม่มีใครหลีกหนีผลของมันได้ และสุดท้ายต้อง "ตาย" สมใจ สะใจของมารร้ายแน่นอน
            ถ้าพระเยซูคริสต์ไม่ช่วยชีวิตของเราไว้ หากสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพระเยซูนั้นต้องเกิดขึ้นกับเรา ใครละจะทนได้ ?  เพียงแค่ความทุกข์ ปัญหานานับปการที่ผ่านเข้ามาก็เกินพอที่จะรับมือไหวอยู่แล้ว จนบางคนถึงขั้น อยากตายไม่อยากฟื้น หรือแม้จะอยากฟื้นก็ไม่สามารถฟื้นได้ เพราะไม่มีอำนาจทำได้อย่างพระเยซู ตรงกันข้ามกับพระเยซูผู้ทรงเลือกได้ที่ไม่ต้องทุกข์ ไม่ต้องเจ็บหรือต้องตาย แต่กลับเลือกทิ้งความสะดวกสบาย ยอมทุกข์ ยอมเจ็บ ยอมตาย เพื่อคุณและผม คือ...
            - ขณะเมื่อเรายังขาดกำลัง   พระคริสต์ก็ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อช่วยคนบาปในเวลาที่เหมาะสม
          - ขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น   พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา
          - ขณะที่เรายังเป็นศัตรูต่อพระเจ้าเราได้กลับคืนดีกับพระองค์  
                                                โดยที่พระบุตรของพระองค์สิ้นพระชนม์  

เพราะโดยพระคุณทุกสิ่งจึงเกิดขึ้นได้...
            เพราะว่าถ้าคนเป็นอันมากต้องตายเพราะการละเมิดของคนๆเดียว   มากยิ่งกว่านั้น   พระคุณของพระเจ้าและของประทานโดยพระคุณของพระองค์ผู้เดียวนั้น   คือพระเยซูคริสต์   ก็มีบริบูรณ์แก่คนเป็นอันมาก
          เพราะว่าการพิพากษาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการละเมิดเพียงครั้งเดียวนั้น   ได้นำไปสู่การลงโทษ   แต่ของประทานจากพระเจ้าภายหลังการละเมิดหลายครั้งนั้น   นำไปสู่ความชอบธรรม  
          เพราะว่าถ้าโดยการละเมิดของคนนั้นคนเดียว   เป็นเหตุให้ความตายครอบงำอยู่โดยคนนั้นคนเดียว   มากยิ่งกว่านั้นคนทั้งหลายที่รับพระกรุณาอันไพบูลย์   และรับของประทานคือความชอบธรรมก็จะดำรงชีวิต   และครอบครองโดยพระองค์ผู้เดียว   คือ พระเยซูคริสต์  
          เพราะการละเมิดครั้งเดียวฉันใด   การกระทำอันชอบธรรมครั้งเดียว   ก็นำการปลดปล่อยและชีวิตมาถึงทุกคนฉันนั้น
          เพราะว่าคนเป็นอันมากเป็นคนบาป   เพราะคนคนเดียวที่มิได้เชื่อฟังฉันใด   คนเป็นอันมากก็เป็นคนชอบธรรม   เพราะพระองค์ผู้เดียวที่ได้ทรงเชื่อฟังฉันนั้น
          "บาป" ได้ครอบงำ   ทำให้ถึงซึ่งความตายฉันใด   "พระคุณ" ก็ครอบงำด้วยความชอบธรรมให้ถึงซึ่งชีวิตนิรันดร์   โดยทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราฉันนั้น  (โรม 5.6-21)

            เราไม่สามารถทำตามที่ใจอยากได้ แต่พระเยซูคริสต์ทำสำเร็จทุกสิ่ง เป็นความจริงที่ต้องยอมรับ คุณอยากเป็นอย่างไร ยังไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่พระเจ้าอยากให้คุณเป็น  และพระเยซูคริสต์ทรงยอมกระทำสิ่งนั้นเพื่อคุณแล้ว !

            แล้วคุณละจะยอมรับสิ่งดีจากพระองค์หรือไม่ ?