31 พฤษภาคม 2558

เพื่อชีวิตที่มั่นคงและก้าวไกล โดย ศจ.บัณฑิต ดาแว่น

คิดอย่างบัณฑิต 
โดย ศจ.บัณฑิต  ดาแว่น


เพื่อชีวิตที่มั่นคง
และก้าวไกล


เหตุฉะนั้นเมื่อท่านได้รับพระเยซูคริสตเจ้าแล้วฉันใด   จงปฏิบัติพระองค์ด้วยฉันนั้น 7จงหยั่งรากและก่อร่างสร้างขึ้นในพระองค์   และมั่นคงอยู่ในความเชื่อ   ตามที่ท่านได้รับคำสั่งสอนมาแล้ว   และจงบริบูรณ์ด้วยการขอบพระคุณ (Colossians 2:6-7)
            หากคุณปรารถนาชีวิตที่มั่นคงและก้าวไกล  ทั้งชีวิตส่วนตัว และการทำงาน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า  ซึ่งเป็นงานที่ใหญ่ และยาก ที่ต้องอาศัยทั้งความอึด (อดทน) และ ความเก๋า (เก่งและกล้าด้วยประสบการณ์) และยังต้องอาศัย การอวยพระพร และ ความสำเร็จ จากองค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งเป็นผู้ให้คำตอบสุดท้ายอย่างแท้จริง ดังพระคัมภีร์ที่กล่าวว่า  แผนงานของดวงความคิดเป็นของมนุษย์  
  แต่คำตอบของลิ้นมาจากพระเจ้า
   (
Proverbs 16:1) เราเป็นผู้ปลูกและรดน้ำ แต่การเติบโตและเกิดผลสำเร็จนั้นเป็นอำนาจของพระเจ้า (I Corinthians 3:6) 
ทำอย่างไรที่จะให้ชีวิตมั่นคงและก้าวไกล ไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน...
1.  อย่าลืม ! ว่าคุณเป็นใคร 
            การรู้จักตนเอง ว่าเป็นใคร ต้องทำอะไร เพื่ออะไร  เป็นหลักการใช้ชีวิตที่จำเป็นสำหรับทุกคน  หากใครไม่สามารถตอบคำถามพื้นฐานนี้ได้ คงไม่อาจดำรงชีวิตอย่างปกติสุขได้  การรู้จักตนเอง ใช่ว่าจะเป็นเพียงการรู้ชื่อ สกุล ที่อยู่ ตำแหน่ง ฐานะ ที่เป็นอยู่เท่านั้น  แต่ยังหมายถึงการรู้ถึงตัวตนภายใน หรือ ความหมายของชีวิต เป้าหมายของการดำรงชีวิตอยู่และความมุ่งหวังทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่ชัดเจนด้วย  ถึงจะสามารถนำพาชีวิตมั่นคงและก้าวไกลได้อย่างยั่งยืน
            พระวจนะของพระเจ้าช่วยให้เข้าใจความจริงว่า เราเป็นใคร และจำเป็นต้องทำอะไร เพื่ออะไรกันแน่  จากบทเรียนที่ได้รับจากพระธรรมโคโลสี บทที่ 2 ข้อ 6 ถึง 7 และ ภาพรวมตอนอื่นๆ  ก็พบว่า  "...ท่านได้รับพระเยซูคริสตเจ้าแล้ว..."  หมายความว่า  ความเป็นตัวตนของคุณคือ การเป็นผู้ยอมรับพระเยซูคริสต์  โดยการเชื่อและไว้วางใจในพระนามของพระองค์  ยอมรับว่าพระองค์ทรงพระเจ้าที่เกิดเป็นมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ ปราศจากบาป มลทิน  ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเป็นค่าไถ่ความผิดบาปของมวลมนุษย์ ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายและยังทรงพระชนม์อยู่เป็นนิตย์ อีกทั้งยังสัญญาว่าจะกลับมารับผู้เชื่อไปอยู่กับพระองค์ที่สวรรค์ด้วย  คุณเชื่อและยอมรับอย่างนั้นหรือไม่ ? หากคุณเชื่อเช่นนั้น คุณคือคนของพระเยซูคริสต์แล้วครับ และเป็นคนที่พระองค์จะปกป้องดูแลดั่งลูกแกะในคอกของพระองค์ ที่ไม่ยอมให้ขโมยหน้าไหนมากล้ำกลายได้
            คุณไม่เพียงเป็นคนธรรมดา ที่มีชื่อ สุกล ที่อยู่ ฐานะ ตำแหน่ง ที่สังคมโลกกำหนดกันขึ้นมาเท่านั้น แต่ตัวตนที่แท้จริงของคุณคือ ผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ เป็นคนของพระองค์ เป็นประชากร เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่พระเยซูรับรองคุณด้วยพระนามอันยิ่งใหญ่
            สิ่งที่ควรกระทำเพื่อตอบสนองต่อการอยู่ในฐานะคนของพระเยซู คือ การดำเนินชีวิตในพระองค์ ทำตามพระองค์ เลียนแบบพระองค์  และ...จงปฏิบัติพระองค์ด้วย หมายถึงทำทุกสิ่งเพื่อพระองค์ ทำให้สมกับเป็นคนของพระเยซู นั่นเอง เพราะคุณเป็นคนของพระเยซู ชื่อของคุณ ที่ที่คุณอยู่  งานที่คุณทำ และทุกสิ่งในชีวิตของคุณล้วนมีพระเยซูอยู่ด้วยเสมอ  ไม่ว่าคุณจะทำสิ่งดีหรือร้าย จะมีผลกระทบต่อพระนามของพระเยซูด้วยเสมอ  ดังนั้น หากคุณรู้ว่าตนเองเป็นใคร และต้องทำอะไรอย่างแท้จริงแล้ว คุณควรทำอย่างไรต่อไปดีครับ !
            การรู้ตัวตนและรู้ถึงสิ่งที่ควรทำอย่างแท้จริง มักนำพาชีวิตที่มั่นคงและก้าวไกลได้มากกว่า คุณว่ามั้ย !
2.  อย่าลืม ! พัฒนาชีวิตตนเองอยู่เสมอ
            คนที่คิดว่าตนเองมั่นคงแล้ว ดีแล้ว สำเร็จแล้ว มักพลาดพลั้งได้ (I Corinthians 10:12) เพราะความประมาท ความหลงระเริง มักนำพาสู่ความผิดพลาดล้มเหลวอย่างเจ็บปวด  ดังนั้น การที่จะดำเนินชีวิตให้มั่นคงและก้าวไกลอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องหมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ  ทั้งของประทาน พรสวรรค์ พรแสวงที่มีอยู่ในตัว ยังต้องดูแล และกระทำให้รุ่งเรืองยิ่งขึ้น ทำให้เกิดทักษะ ความชำนาญและเชี่ยวชาญ ในแต่ละด้านให้มากขึ้น (II Timothy 1:6)  ไม่เก็บไว้โดยเปล่าประโยชน์แต่ต้องหาวิธีที่จะทำให้เกิดดอกออกผลที่ดีเสมอ  จึงจะเป็นที่ใช้การได้และได้รับคำชื่นชม รวมทั้งรับบำเหน็จรางวัลตามสมควร(Matthew 25)  อาจารย์เปาโลแนะนำว่า  "...จงหยั่งรากและก่อร่างสร้างขึ้นในพระองค์   และมั่นคงอยู่ในความเชื่อ   ตามที่ท่านได้รับคำสั่งสอนมาแล้ว   และจงบริบูรณ์ด้วยการขอบพระคุณ..."
            ชีวิตจะมั่นคงก้าวหน้า ก้าวไกล ไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ย่อมขึ้นอยู่กับการรู้จักพัฒนา ต่อยอด ประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมกับตนเอง และเหมาะแก่สถานการณ์ ด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น แรงกล้า ท้าท้าย ซึ่งต้องลงทุน ลงแรง ลงเวลา และลงชีวิตอย่างแท้จริงด้วย  ดังตัวอย่างอาจารย์เปาโลที่กล่าวว่า... ส่วนข้าพเจ้าวิ่งแข่งโดยมีเป้าหมาย   ข้าพเจ้ามิได้ต่อสู้อย่างนักมวยที่ชกลม แต่ข้าพเจ้าก็ทุบตีร่างกายให้มันแข็งจนอยู่มือ   เพราะเกรงว่าเมื่อข้าพเจ้าได้ประกาศข่าวประเสริฐแก่คนอื่นแล้ว   ตัวข้าพเจ้าเองจะเป็นคนที่ใช้การไม่ได้(I Corinthians 9:26-27) และยังสอนอีกว่า...  อย่าให้ผู้ใดหมิ่นประมาทความหนุ่มแน่นของท่าน   แต่จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง   ทั้งในทางวาจาและการประพฤติ   ในความรัก   ในความเชื่อ   และในความบริสุทธิ์ 13จงใฝ่ใจในการอ่านพระคัมภีร์ในที่ประชุม   ในการเทศนาและในการสั่งสอนจนกว่าเราจะมา 14อย่าละเลยความสามารถที่มีอยู่ในตัวท่าน   ซึ่งได้ทรงประทานแก่ท่านตามคำพยากรณ์   เมื่อคณะผู้ปกครองได้เอามือวางบนท่าน 15จงปฏิบัติหน้าที่เหล่านี้   โดยถือเป็นชีวิตจิตใจ   เพื่อความเจริญของท่านจะได้ปรากฏแก่คนทั้งปวง 16จงเอาใจใส่ทั้งตัวท่านและคำสอนของท่าน   จงยึดข้อที่กล่าวนี้ให้มั่น   เพราะเมื่อกระทำดังนั้น   ท่านจะช่วยทั้งตัวท่านเองและคนทั้งปวงที่ฟังท่านให้รอดได้ (I Timothy 4:12-16) 
            คุณไม่ได้ทำแต่ละอย่างด้วยกำลังสติปัญญาเพียงลำพัง แต่มีพลังจากเบื้องบน สำหรับคนของพระเยซูอีกมากมายที่จะช่วยกระตุ้น ผลักดัน ป้องกัน จัดเตรียม และประทานความสำเร็จอย่างอัศจรรย์  จึงมั่นใจได้เลยว่า ทุกย่างก้าวของชีวิต มีพระเยซูคริสต์อยู่เคียงเสมอ จึงสามารถไปไกลกว่าที่คิด มีชีวิตที่มั่นคงกว่าที่หวัง

            ชีวิตจะมั่นคง ก้าวไกล ไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทุกวันและคืน คุณต้องทำความเข้าใจและรู้ให้ได้ว่า คุณเป็นใคร ต้องทำสิ่งใด เพื่ออะไรกันแน่ ทั้งมุ่งมั่นพัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่ให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น และย้ำเตือนเสมอว่า คุณไม่ใช่แค่  นาย... นาง... นางสาว... ดอกเตอร์... ศาสตราจารย์... อาจารย์...ศิษยาภิบาล...ศาสนาจารย์... ท่านประธาน..ท่านเลขาฯ... ท่านผู้อำนวยการ... หรือแม้แต่ ฯพณฯ ท่านเท่านั้น !!  ... แต่คุณคือ คนของพระเยซูคริสต์ ที่ต้องรับใช้พระองค์  ตอบสนองต่อพระคุณของพระองค์อย่างสุดชีวิต จิตใจ กำลัง ความคิดอยู่เสมอ เพราะนั่นคือ สิ่งที่จะนำพาความมั่นคง ก้าวหน้า ก้าวไกลในชีวิตอย่างแท้จริง !

          คุณเชื่อเช่นนี้หรือไม่ ?

01 พฤษภาคม 2558

NTBCA,2014 Report สคบ.เหนือ


รายงานการดำเนินการสหคริสตจักรแบ๊บติสต์ภาคเหนือ ในการประชุมประจำปี สคบ. วันที่ 6-9 เมษายน 2015  ณ ค่ายแบ๊บติสต์ หาดจอมเทียน พัทยา
The presentation of Northern Thailand Baptist Churches ,2014 to TBC conference on April 6-9,2015 at Pattaya.

02 เมษายน 2558

"พระเยซูคริสต์ ชีวิตที่มุ่งมั่น" โดย ศจ.บัณฑิต ดาแว่น

คิดอย่างบัณฑิต


พระเยซูคริสต์ ชีวิตที่มุ่งมั่น
โดย  ศจ.บัณฑิต  ดาแว่น

พระคัมภีร์ชี้ให้เห็นว่า พระเยซูคริสต์มีใจมุ่งมั่น แน่วแน่ที่จะไปยังกรุงเยรูซาเล็ม  ซึ่งหมายถึงจะนำไปสู่การถูกจับและถูกประหารชีวิตต่อไป...แล้วทำไมพระองค์ยังจะไปละ ?
...เมื่อพระองค์ตรัสคำเหล่านั้นแล้ว   พระองค์ทรงดำเนินนำหน้าเขาไป   จะขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม (Luke 19:28)    “เราทั้งหลายจะขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม   และเขาจะมอบบุตรมนุษย์ไว้กับพวกมหาปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์   และเขาเหล่านั้นจะปรับโทษท่านถึงตาย 19และจะมอบท่านไว้กับคนต่างชาติให้เยาะเย้ยเฆี่ยนตี   และให้ตรึงไว้ที่กางเขน   และวันที่สาม   ท่านจึงจะกลับฟื้นขึ้นมาใหม่” (Matthew 20:18-19)
            
วันที่พระเยซูเสด็จเข้าสู่เยรูซาเล็มนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ดังเช่นกษัตริย์เสด็จเข้าสู่กรุงหลังรบชนะกลับมา  มีการปูผ้า ปูใบไม้ตามทางเดิน และผู้คนร้องยกย่องสรรเสริญ   ...ฝ่ายฝูงชนซึ่งเดินไปข้างหน้า   กับผู้ที่ตามมาข้างหลัง   ก็พร้อมกันโห่ร้องว่า   “โฮซันนา แก่ราชโอรสของดาวิด   ขอให้ท่านผู้ที่เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า   ทรงพระเจริญโฮซันนา    ในที่สูงสุด  (Matthew 21:8)
            ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยกย่องสรรเสริญ  ให้เกียรติอย่างสูงสุดของผู้คนที่มาอย่างล้นหลาม สำหรับพระเยซู  การมาครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้ง เพราะมาเพื่อจะถูกจับ ถูกเฆี่ยน ถูกตบ ถูกเยาะเย้ย ถูกสบประมาท และถูกประหารชีวิตอย่างอยุติธรรม
            ส่วนประชาชนที่กำลังโห่ร้อง สรรเสริญกลับมีความคาดหวังต่างๆ นานา  บ้างต้องการให้พระองค์เป็นกษัตริย์  บ้างต้องการการช่วยเหลือ บ้างต้องการรักษาความเจ็บป่วย บ้างต้องการอาหารพิเศษ บ้างต้องการเห็นการอัศจรรย์ ยังรวมไปถึงคนที่คอบจับผิด คิดร้ายต่อพระองค์ที่คาดหวังจะทำอะไรบางอย่างตามแผนการของตน
            ไม่ว่าคนอื่นจะคาดหวังอย่างไร  แต่พระเยซูยังมุ่งมั่น แน่วแน่ในพระทัยเสมอ ว่าต้องไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และทุกอย่างจะสำเร็จตามพระประสงค์ของพระบิดา  คือ พระองค์ต้องถูกจับ ถูกตรึง และตาย  ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตัดสินใจเดินไปตายอย่างนั้น  แต่พระเยซูยังเชื่อฟังพระบิดาจนถึงที่สุด  แม้ต้องต่อสู้กับใจตนเองอย่างหนัก ถ้าเป็นได้ไม่ตายได้ไหม แต่สุดท้ายได้ยอมจำนนขอให้ตนเป็นไปตามน้ำพระทัยพระบิดา
            เสียงของฝูงชนยกย่องสรรเสริญ และคาดหวังอย่างสุดใจในความยิ่งใหญ่ขงพระเยซูที่จะช่วยกู้พวกเขาให้รอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรโรม   แต่จะมีใครที่เข้าใจเสียงภายในใจของพระเยซูบ้าง  เชื่อว่าข้างในใจของพระองค์นั้นเต็มไปด้วยภาระอันหนักอึ้ง ซึ่งเป็นความไม่รู้ ความบาปชั่ว และความผิดมหันต์ของมวลมนุษย์ที่ตกลงบนพระองค์  กางเขนที่หนักยังไม่หนักเท่าเศษเสี้ยวของความบาปที่ต้องทนรับแทนมวลมนุษย์  แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าการเดินเข้าไปยังกรุงเยรูซาเล็มนั้นหมายถึงการเดินไปหาความตาย แต่ยังมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไปไม่หยุด ไม่เปลี่ยนใจ ไม่หันหลังกลับ แม้บางคนห้ามไว้ว่าอย่าเข้าไป แต่ไม่อาจทำให้พระทัยของพระเยซูต้องสับสนเลยแม้แต่น้อย  ช่างเป็นความเจ็บปวดที่ยากอธิบายให้ใครอื่นเข้าใจ  เพราะจุดหมายความคิดของพวกเขานั้นสวนทางกับพระองค์  ประชาชนเรียกร้องให้พระองค์เป็นกษัตริย์ครอบครองอาณาจักรในโลกนี้ แต่พระองค์ประสงค์จะครอบครองชีวิตจิตใจของผู้คนในอาณาจักรสวรรค์  คนต้องการให้พระองค์เป็นผู้ช่วยให้รอดจากการเป็นทาสของมนุษย์ แต่พระองค์ประสงค์ให้เขาพ้นจากการเป็นทาสของมารและความบาป...ความคิดของมนุษย์ไม่อาจหยั่งรู้ถึงพระประสงค์ของพระเจ้าได้เลย  ยิ่งมองในมุมผลประโยชน์ของตน ยิ่งเรียกร้องไม่มีสิ้นสุด และหลายครั้งมักขาดความเข้าใจในความเป็นจริงที่ควรจะเป็น  เมื่อไม่เป็นอย่างใจ สุดท้ายมักจะโวยวาย ให้ร้ายคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง
            พระเยซูคริสต์ต้องเอาชนะทั้งความคิดของคนรอบข้าง และความคิดภายในของตนเอง  สุดท้ายพระองค์พิสูจน์ชัดแล้วว่า ทรงเลือกที่จะตามพระประสงค์อันสูงสุดของพระบิดา  คือ มาตายเพื่อไถ่บาป ให้มนุษย์ได้รับความรอดอันสมบูรณ์
            แม้จะรู้ว่ามีความลำบากอยู่ข้างหน้า แต่ยังกล้าที่จะเดินไป เพราะนั่นคือน้ำพระทัยพระบิดา  แล้วคุณและผมละ ! กล้าที่จะเดินต่อไปข้างหน้า แม้ว่าจะมีความทุกข์ลำบากหรือไม่ ถ้ารู้ว่านั่นคือทางที่ใช่  ทางที่จะทำให้พระเจ้าได้รับเกียรติ
            "ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ แต่ผลนั้นคุ้มค่า  ถ้าจะเชื่อฟังและทำตาม" !
            ลองถามใจของตนเองดูว่า มีความมุ่งมั่น แน่วแน่ ในการทำสิ่งที่พระเจ้าประสงค์หรือไม่.. แค่ไหน.. ขึ้นอยู่กับใจคุณแล้วละครับ !
                
           

            

20 มีนาคม 2558

อาหารแห่งชีวิต โดย บัณฑิต ดาแว่น

คิดอย่างบัณฑิต

อาหารแห่งชีวิต

โดย  ศจ.บัณฑิต  ดาแว่น 
        


ท่ามกลางกระแสของความเร่งรีบของยุคเทคโนโลยีที่ทันสมัย  จะทำอะไรต้องสะดวก รวดเร็วทันใจ ในเวลาที่ฉับพลัน  ไม่เว้นแม้กระทั่งอาหารการกิน แถมยังอินเข้าไปถึงอาหารฝ่ายวิญญาณที่ต้องการแบบจานด่วนเช่นกัน  บ้างกินด้วยความเข้าใจ บ้างกินตามกระแส แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ กินโดยไม่เข้าใจ หรือ อาจเข้าใจผิดคิดว่า นี่คืออาหารหลัก  จึงมักจะพบปัญหาทางโภชนาการฝ่ายวิญญาณของผู้เชื่อในยุคปัจจุบันไม่น้อยทีเดียว  สังเกตได้จาก  การอ่านข้อคิด บทความ บทภาวนา บทอธิษฐาน ที่มีผู้ปรุงแต่งไว้สำเร็จรูปแล้วผ่านทางสื่อออนไลน์ Social Media มากขึ้น  หากมองในแง่ดีถือเป็นการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์  แต่หากมองอีกด้านมีสัญญาณที่อันตรายซ่อนอยู่ หากเลือกอ่านเฉพาะบทสรุป บทวิเคราะห์ ที่ทำสำเร็จรูปเท่านั้น แต่ไม่ได้อ่านเนื้อหาพระคัมภีร์ จากบทริบท หรือ จากเรื่องราวของพระคัมภีร์อย่างแท้จริง  จึงได้รับเพียงข้อมูลจากบุคคลอื่นที่เขาได้รับข้อคิด พระพรแล้วนำมาแบ่งปันต่อ ซึ่งเปรียบเสมือนอาหารมือสองที่คนอื่นเขากินแล้วแบ่งให้บางส่วนเท่านั้น  คุณค่าและความจำเป็นต่อชีวิตเฉพาะบุคคลจึงลดน้อยลงตามลำดับ
ไม่ได้ต่อต้าน หรือ ขัดแย้งการนำเสนอบทความ  บทภาวนา ข้อคิด คำคม ที่มีอยู่มากมายแต่ประการใด เพราะผมเองก็อ่านเป็นประจำและยังเป็นผู้หนึ่งที่จัดทำข้อคิด ข้อเขียน บทเรียน บทเทศนาจำนวนไม่น้อยเช่นกัน รวมทั้งบทความที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ด้วย  เพียงต้องการให้หยุดคิดสักนิดว่า...คุณกำลังกินอาหารเสริม แทนอาหารหลัก อยู่หรือไม่ ?  หากเลือกอ่านเฉพาะข้อคิดจากผู้เขียน โดยไม่เปิดอ่านข้อพระคัมภีร์ ขอให้เตือนตนเองว่า กำลังมุ่งไปสู่สัญญาณอันตรายฝ่ายวิญญาณแล้ว !
            พระเยซูคริสต์ตรัสว่า  “เราเป็นอาหารแห่งชีวิต   ผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว   และผู้ที่วางใจในเรา   จะไม่กระหายอีกเลย..."  (John 6:35)

            
แทนที่จะกินแต่อาหารสำเร็จรูปอย่างเดียว  มากินอาหารแท้จากองค์พระเยซูคริสต์ ผู้เป็น "แหล่ง" อาหารแห่งชีวิต ดีกว่าไหมครับ ?

29 ธันวาคม 2557

แบบสำรวจชีวิต โดย บัณฑิต ดาแว่น

คิดอย่างบัณฑิต
















แบบสำรวจชีวิต

มาตรฐานจากพระคัมภีร์  มัทธิว 5.1-48              โดย ศจ.บัณฑิต  ดาแว่น
กรุณาตอบจากใจจริง และพิจาณาตนเองอย่างตรงไปตรงมา ระหว่างคุณกับพระเจ้าผู้สูงสุด
ว่าชีวิตของคุณสมควร "ผ่าน" หรือ "ไม่ผ่าน" การเป็นคนดี ตลอดปีที่ผ่านมาหรือไม่ ?

ทานทั้งหลายจงเป็นผู้ดีรอบคอบ เหมือนพระบิดาของท่านบนสวรรค์ที่ทรงเป็นผู้ดีรอบคอบ (มธ.5.48)

คุณสมบัติของชีวิต-คนดี
ผ่าน
ไม่ผ่าน

คุณสมบัติภายในชีวิต 8 ประการ  (5.3-12)


1
เป็นคนที่ไวต่อความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และไวต่อการรับความช่วยเหลือจากพระเจ้า (3)


2
เป็นคนที่รู้จักสำนึกและเสียใจต่อสิ่งที่ได้ทำผิดไป (4)


3
เป็นคนที่มีใจอ่อนโยน (5)


4
เป็นคนหิวกระหายความชอบธรรม (6) (แสวงหาที่จะทำความดี)


5
เป็นคนที่มีใจกรุณา ทั้งคนและสรรพสัตว์(7)


6
เป็นคนที่ใจบริสุทธิ์(8)  (ไม่หน้าไหว้หลังหลอก)


7
เป็นคนที่สร้างสันติภาพ (9)  คือ สร้างมิตร ไม่สร้างศัตรู


8
เป็นคนที่เลือกทำแต่ความดีแม้จะต้องพบกับความลำบากก็ตาม (10-12)



คุณสมบัติที่มีต่อสังคม และคนอื่น ๆ 9 ประการ  (5.13-47)


9
เป็นคนที่มีคุณภาพที่ดีต่อสังคม เป็นเหมือนเกลือรักษาความเค็ม (13)


10
เป็นคนที่สามารถชี้ทางสว่าง (ความจริง)ให้คนอื่นได้  และมีความสะอาดโปร่งใส (14-16)


11
เป็นคนเคร่งครัดและยึดหลักธรรมเป็นสำคัญในการดำเนินชีวิต (20)


12
เป็นคนที่ไม่โกรธง่าย และไม่ทำร้ายคนอื่น แต่พร้อมจะคืนดีแม้ตัวเองไม่ผิดก็ตาม (21-26) 


13
เป็นคนที่ไม่ล่วงประเวณีผัวเมียคนอื่น แม้แต่จะคิดในใจก็ไม่ทำ (27-30)


14
เป็นคนที่ไม่คิดหย่าร้างจากคู่ครอง และไม่หาเหตุในการแยกทางด้วย (31-32)


15
เป็นคนที่ไม่พูดโกหกหลอกลวง อะไรที่จริงก็บอกจริง ไม่ ก็ว่าไม่  เชื่อถือคำพูดได้ (33-37)


16
เป็นคนที่ไม่คิดแค้นพยาบาท แต่เต็มด้วยน้ำใจอุทิศเสียสละ (38-42) 


17
เป็นคนที่มีความรักที่ใหญ่หลวง แม้กระทั่งคนที่เคยทำร้าย(ศัตรู) ก็ยังอภัยให้ได้ (43-47)






ข้อคิดจากพระคัมภีร์...
เพราะว่าผู้ใดรักษาธรรมบัญญัติได้ทั้งหมด   แต่ผิดอยู่ข้อเดียว   ผู้นั้นก็เป็นผู้ผิดธรรมบัญญัติทั้งหมด (ยก2.10)
แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย   คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น   พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา เพราะเหตุนั้นเมื่อเราเป็นคนชอบธรรมแล้วโดยพระโลหิตของพระองค์   ยิ่งกว่านั้นเราจะพ้นจากพระอาชญาของพระเจ้าโดยพระองค์  (รม.5-8-9)