26 พฤษภาคม 2555

พันธกิจ สคบ เหนือ News April 2012

พันธกิจ สคบ เหนือ Northern Thailand Baptist News April 2012


April 3-6   We (Our team 13 peoples) went to Thailand Baptist conference at Pattaya that camp the Baptist members come about 700 , from N.Thailand 100+

การประชุมประจำปี สคบ. วันที่ 3-6 พ.ค. 2012 ที่พัทยา มีผู้เข้าร่วมกว่า 700 คน และมีพี่น้องจากภาคเหนือกว่า 100 คน  ทีมจากเชียงรายพะเยา มีผู้รับบัพติสมา 2 ท่าน ในค่ายครั้งนี้




 
April 8  worship at new believer’s house. We thanks God for 19 people join with us in 19  we have 6 non Christians who listen about the  resurrection of Jesus.
การนมัสการบ้านผู้เชื่อใหม่ที่พะเยาในโอกาสวันอิสเตอร์  มีผู้มาร่วม 19 คน ในนั้นมีผู้สนใจมาร่วม 6 คน




  April 22  worship at Wang nuea (Rung’s house) thanks God for 19 people join with us and 4 nonChristian

และยังจัดการประกาศที่อำเภอวังเหนือ มีผู้มาร่วม 19 คน โดยมีอาสาสมัครทำงานประจำในพื้นที่สัปดาห์ละ 3 วัน


 
Start fixing the room of radio studio and room for meeting training and worship at Bandhit’s house. 
ในช่วงสงกรานต์ ประธาน สคบ.เหนือ ได้จัดเตรียมบ้านเพื่อใช้เป็นห้องประชุม อบรมผู้นำ และบันทึกเสียงรายการวิทยุ ให้พร้อมสำหรับพันธกิจของพระเจ้าที่กำลังก้าวหน้า



 เราเชื่อว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นและเป็นไปโดยฤทธิ์เดชของพระเจ้า  เราจึงจำเป็นต้องพึ่งในกำลังของพระองค์ โดยผ่านทางคำอธิษฐานของท่านด้วย
Now to him who is able to do far more abundantly than all that we ask or think, according to the power at work within us, 21to him be glory in the church and in Christ Jesus throughout all generations, forever and ever. Amen. Ephesians 3:20-21


23 เมษายน 2555

สคบ.เหนือ March 2012


พันธกิจของพระเจ้าในสหคริสตจักรแบ๊บติสต์ภาคเหนือ มีนาคม 2012
Northern Thailand Baptist News !

Praise The Lord ! by God’s will. We has done for his kingdom.


March 4  We went to worship with family of new believers at Phayao province far from my house 1.30 Hour driving. 
  
การนมัสการบ้านผู้เชื่อใหม่ที่จังหวัดพะเยา
 ห้องเรียนสำหรับเด็ก
 บรรยากาศการนมัสการพระเจ้า

March 11  The first Worship at Rungnapa’s house Wangnuea,Lampang. Thanks God we have opportunity  to share the gospel to her father.(First time for him  heard about Jesus) 

การนมัสการครั้งแรกเพื่อประกาศข่าวประเสริฐกับครอบครัวผู้นำกลุ่มในชุมชน ที่บ้านวังใหม่ อำเภอวังเหนือ จ.ลำปาง  นี่เป็นครั้งแรกที่คุณพ่อวัย 75 ปี ได้ยินเรื่องของพระเยซูอย่างชัดเจน



March 15 Jack and Lynn (retired missionary)visit my family

 อาจารย์แจ็ค และ อาจรย์ลินน์ คินนิสัน มิชชั่นนารี กลับมาเยี่ยมประเทศไทยอีกครั้ง


March 19-31   8 North Carolina ,USA. and 8 Baptist seminary mission trip  to my home town. Share The gospel to the people that where no church.(Wiangpapao,Maekhajaan,Wangnuea and Phapao)Thanks God for 4 peoples open  their heart to Jesus.

ทีมจากนอร์ทคาโรไลนา และนักศึกษาพระคริสตธรรมแบ๊บติสต์ มาร่วมประกาศข่าวประเสริฐที่เวียงป่าเป้า เชียงราย ,วังเหนือ ลำปาง และพะเยา  โดยออกไปเดินอธิษฐานอวยพรชุมชน เป็นพยานส่วนตัว แจกใบปลิว ร้องเพลงตามตลาดนัด สอนเด็กในโรงเรียน  ขอบคุณพระเจ้าสำหรับ 4 คนที่มอบหัวใจให้กับพระเยซู  นี่เป็นครั้งแรกสำหรับการเริ่มต้นบุกเบิกคริสตจักรใหม่ในเขตนี้ โดยการหว่านเมล็ดแห่งข่าวประเสริฐ  เราเห็นผู้คนต้องการความช่วยเหลือจากพระเจ้าในชีวิตของเขามากขึ้น...ขอแผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ในใจของคนเหล่านั้นต่อไป











หากท่านใด คริสตจักรใด หรือกลุ่มใดสนใจมาเป็นอาสาสมัคร ออกทีมประกาศ หรือต้องการมาพักผ่อนอย่างมีคุณค่าในเขตภาคเหนือ สามารถติดต่อกับเราได้ ยินดีจัดกิจกรรมเพื่อการประกาศ หรือเพื่อเสริมสร้างชีวิตของท่าน  เพื่อพระพรจะเกิดขึ้นกับชีวิต และหลั่งไหลไปสู่คนอื่นๆ มากขึ้น  โทรมาคุยกันได้ที่ 081 993 2866   หรือ อีเมลล์ bandhitda@hotmail.com  ผม บัณฑิต ดาแว่น ผู้รับใช้ในเขตภาคเหนือ ยินดีรับใช้ท่าน
So faith comes from hearing, and hearing through the word of Christ. 
(Romans 10:17)

10 มีนาคม 2555

สคบ.เหนืิอ กุมภาพันธ์ 2012

พันธกิจสหคริสตจักรแบ๊บติสต์ภาคเหนือ กุมภาพันธ์ 2012
โปรดระลึกถึงเราในคำอธิษฐานของท่าน

สคบ.เหนือ มกราคม 2012


 พันธกิจสหคริสตจักรแบ๊บติสต์ภาคเหนือ มกราคม 2012  
โปรดระลึกถึงเราในคำอธิษฐานของท่าน

13 กุมภาพันธ์ 2555

“ที่ไหนมีรัก ที่นั่นมีทุก...” โดย บัณฑิต ดาแว่น



คิดอย่างบัณฑิต  โดย บัณฑิต  ดาแว่น 

 “ที่ไหนมีรัก ที่นั่นมีทุก...”

คนทั่วไปมักกล่าวว่า  “ที่ไหนมีรัก  ที่นั้นมีทุกข์”  แต่สำหรับผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ พบความจริงว่า “ที่ไหนมีรัก ที่นั่นมีทุก...สิ่งที่ครบบริบูรณ์”
เพราะ... พระเยซูตรัสว่า  “...เราได้มาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้ชีวิต   และจะได้อย่างครบบริบูรณ์”  (ยน.10.10)
เมื่อเรามีความรักของพระเยซู  จะได้รับทุกสิ่งที่เพียงพอสำหรับชีวิต  เพราะความรักของพระองค์นั้นสามารถเติมเต็มในสิ่งที่เราต้องการ !

คนทั่วไปมักกล่าวว่า  “ที่ไหนมีรัก  ที่นั้นมีทุกข์”  แต่สำหรับผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ พบความจริงว่า “ที่ไหนมีรัก ที่นั่นมีทุก...สิ่งที่ครบบริบูรณ์”
เพราะ... พระเยซูตรัสว่า  “...เราได้มาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้ชีวิต   และจะได้อย่างครบบริบูรณ์”  (ยน.10.10)
เมื่อเรามีความรักของพระเยซู  จะได้รับทุกสิ่งที่เพียงพอสำหรับชีวิต  เพราะความรักของพระองค์นั้นสามารถเติมเต็มในสิ่งที่เราต้องการ !
อับราฮัม มาสโลว์ (Abraham Maslow) กล่าวถึงความต้องการของมนุษย์ไว้ 5 ขั้น  1) ความต้องการฝ่ายร่างกาย (Physiological needs) 2) ความต้องการความปลอดภัย(Safety needs) 3) ความต้องการเป็นที่รักและเป็นเจ้าของ(Belongingness and Love needs) 4) ความต้องการได้รับความนับถือยกย่อง(Self-Esteem needs) 5) ความต้องการบรรลุความสำเร็จสูงสุด(Self-Actualization needs
ปัญหาคือ  คนเรามักจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด  ด้วยเหตุนี้ ปัญหานานัปการจึงเกิดขึ้น เพราะคนเรามีความต้องการที่ไม่สิ้นสุด...
ความรักของมนุษย์โดยทั่วไปไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงได้  เพราะเป็นความรักที่มีเงื่อนไขมากมาย เกินกว่าจะตอบสนองได้ทั้งหมด  เช่น ฉันรักเธอ เพราะว่า..... ถ้า......... แต่...
แต่ความรักของพระเยซูคริสต์นั้น เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข  คือ  รัก ถึงแม้ว่า.........จนกระทั่ง.......
ยอห์น 3.16 บันทึกไว้ว่า  “เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​รัก​โลก จน​ได้​ทรง​ประทาน​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ​องค์ เพื่อ​ทุก​คน​ที่​วางใจ​ใน​พระ​บุตร​นั้น​จะ​ไม่​พินาศ แต่​มี​ชีวิต​นิรันดร์​”
อาจารย์เปาโลย้ำเรื่องนี้ว่า...ขณะเมื่อเรายังขาดกำลัง   พระคริสต์ก็ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อช่วยคนบาปในเวลาที่เหมาะสม... แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย   คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น   พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา...(รม.5.6-10)
พระเยซู รู้ว่าสิ่งที่มนุษย์ขาด และต้องการที่แท้จริง คือ ชีวิตนิรันดร์ หมาย ถึง การได้อยู่กับพระเจ้าตลอดไป  และพระองค์สามารถประทานชีวิตนิรันดร์ให้ได้ เพราะ ทรงมีชีวิตนิรันดร์ และ มีความรักนิรันดร์
...เพราะว่าความรักมาจากพระเจ้า   และทุกคนที่รักก็บังเกิดมาจากพระเจ้า   และรู้จักพระเจ้า 8ผู้ที่ไม่รักก็ไม่รู้จักพระเจ้า   เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นความรัก 9โดยข้อนี้ความรักของพระเจ้าก็เป็นที่ประจักษ์แก่เราทั้งหลาย   คือพระเจ้าทรงใช้พระบุตรองค์เดียวของพระองค์เข้ามาในโลก   เพื่อเราทั้งหลายจะได้ดำรงชีวิตโดยพระบุตร...  (1ยน.4.7-9)
มนุษย์มีความรักที่อายุสั้น ไม่ยั่งยืนนิรันดร์ จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา วานนี้รัก วันนี้ลืม วานนี้รัก วันนี้เกลียด สามวันดี สี่วันร้าย 
ตัวอย่างจากโฆษณาเครื่องดื่มกาแฟชนิดหนึ่ง ที่เมื่อก่อนรักกันใครแย่งไปไม่ได้ แต่สมัยนี้มีให้เลือกเยอะ จึงไม่ง้อ ใครอยากได้ก็เอาไป  เมื่อก่อนพูดว่า “ใครมาแย่งน้องอี้เฟย ต้องข้ามศพข้าไปก่อน” แต่เดี่ยวนี้กลับบอกว่า “ถ้าอยากได้ก็เอาไปเลย” เพราะมีคนอื่นให้เลือกตั้งเยอะ ???
ความรักของมนุษย์ไม่ยั่งยืน  จึงทำให้เกิดความทุกข์ โศกเศร้า มีปัญหานานับปการ  แต่ความรักของพระเจ้าพระเยซู ยังอยู่กับเราเสมอ  พระองค์สามารถให้ทุกสิ่งกับชีวิตของเรา ที่เป็นชีวิตที่ครบบริบูรณ์
ความรักที่เห็นแก่ตัว มีรากฐานมาจากมาร เพราะมันมาเพื่อ เพื่อลัก ฆ่า และทำลาย  มันทำทุกวิถีทางให้มนุษย์ตกหลุมพรางของมัน โดยการให้มนุษย์เรียกร้องความต้องการเพื่อตนเองฝ่ายเดียวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อย่างที่มันเคยทำต่อพระเจ้ามาแล้ว และด้วยเหตุนั้นมารจึงถูกสาป และถูกขับออกมาจากสวรรค์กลายมาเป็นวิญญาณชั่วในสถานฟ้าอากาศและแผ่นดินโลกจนทุกวันนี้ 
“โอ  ดาวประจำกลางวันเอ๋ย  พ่อโอรสแห่งพระอรุณ   เจ้าร่วงลงมาจากฟ้าสวรรค์แล้วซิ   
  เจ้าถูกตัดลงมายังพื้นดินอย่างไรหนอ     เจ้าผู้กระทำให้บรรดาประชาชาติ
ตกต่ำน่ะ
    13เจ้ารำพึงในใจของเจ้าว่า     
'ข้าจะขึ้นไปยังฟ้าสวรรค์     เหนือดวงดาวทั้งหลายของพระเจ้า   
  
ข้าจะตั้งพระที่นั่งของข้า ณ ที่สูงนั้น   ข้าจะนั่งบนขุนเขาชุมนุมสถาน ณ ที่อุดรไกล   
 14
ข้าจะขึ้นไปเหนือความสูงของเมฆ   ข้าจะกระทำตัวของข้าเหมือนองค์ผู้สูงสุด'   
 15แต่เจ้าถูกนำลงมาสู่แดนคนตาย     ยังที่ลึกของปากแดน    (อสย.14.12-14)
ความรัก หากมีแต่การเรียกร้อง ก็มักจะมีความทุกข์ และปัญหาตามมา  แต่ความให้ที่มีการให้ การแบ่งปัน ย่อมทำให้เกิดความสุข ความสมหวังกันทุกฝ่าย  ดังพระวจนะที่สอนว่า
35ข้าพเจ้าได้วางแบบอย่างไว้ให้ท่านทุกอย่างแล้ว   ให้เห็นว่าโดยทำงานเช่นนี้ควรจะช่วยคนที่มีกำลังน้อย   ระลึกถึงพระวาทะของพระเยซูเจ้า   ซึ่งพระองค์ตรัสว่า   'การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ' ”   (กิจการ 20.35)

ลักษณะความรักที่พระเจ้าต้องการให้เรามีและเป็น (1โครินธิ์ 13.4-8ก)  คือ

ความรัก... (8 ไม่ + 8 ให้ทำ)

8 ไม่=  ไม่อิจฉา   ไม่อวดตัว   ไม่หยิ่งผยอง  ไม่หยาบคาย  
ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว   ไม่ฉุนเฉียว   ไม่ช่างจดจำความผิด  
ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด 

8 ให้ทำ= อดทนนาน  กระทำคุณ(ประโยชน์)ให้แก่กัน  
ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ  
ทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น   เชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ  
มีความหวังอยู่เสมอ  ทนต่อทุกอย่าง ความรักไม่มีวันสูญสิ้น 

เราสามารถทำตามความรักของพระเจ้าได้ เพราะ...พระเยซูทำได้แล้ว  และพระองค์ช่วยเราให้เราทำตามได้ โดยพึงพระเยซู
หากเราทำอย่างที่พระคัมภีร์สอน อย่างที่พระเยซูทำ รับรองได้ว่า  “ที่ไหนมีรัก ที่นั่นจะมีทุกสิ่งอย่างครบบริบูรณ์”  และจะจบอย่างบริบูรณ์แบบแฮบปี้เอ็นดิ้งด้วยเช่นกัน

คุณพร้อมจะรับความรัก และดำเนินในความรักของพระเยซูหรือไม่ ?






05 มกราคม 2555

ประเทศไทย ต้องไปต่อ โดย บัณฑิต ดาแว่น


คิดอย่างบัณฑิต  โดย บัณฑิต  ดาแว่น  

ประเทศไทย  ต้องไปต่อ
(Forward Thailand)

แม้จะผ่านพ้นปีเก่า 2011 มาถึงปีใหม่ 2012 แล้ว แต่สถานการณ์ของไทย ยังไม่ไปถึงไหน  หลายภาคส่วนยังต้องจมอยู่ปัญหากับน้ำท่วม   ผลกระทบของมหาอุทกภัยอาจทำให้คนไทยต้องเผชิญกับวิกฤติอย่างต่อเนื่องยาวนาน เพราะส่งผลต่อหลายด้าน โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม  ซึ่งต่างเป็นหัวใจหลักของชีวิต ความเป็นอยู่พื้นฐานที่จำเป็น   หากนับรวมไปถึงผลพวงทางการเมืองที่ยังไม่แน่นอน  การแบ่งพวก แบ่งสี ยังมีอยู่ไม่เสื่อมคลาย ความคิดยังแตกต่างอย่างสุดขั้ว แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร  การหลุดพ้นจากข้อผูกมัดของบรรดาผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นราวกลางปีนี้จะมีผลต่อบ้านเมืองหรือไม่ อย่างไร  ยังคงเป็นคำถามสำหรับสังคมไทยเสมอมา  แค่ปัญหาที่มองเห็นยังแก้ไขได้ยากลำบาก แล้วปัญหาที่มองไม่เห็นอีกมากละ ! จะทำอย่างไร ?
ภัยธรรมชาติก็ยังคุกคามไม่หยุด  ภัยจากมนุษย์ด้วยกันเองก็ยังน่าเป็นห่วง  เราจะทำอย่างไรดีในปีนี้ หรือปีต่อไป  แม้จะพยายามปลอบใจตนเองว่าปี พ.ศ. 2555 น่าจะเป็นเสียงหัวเราะ แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่ ใช่หรือไม่ ?

“ประเทศไทย...ต้องไปต่อ”  ขอให้กำลังใจกันไว้ตรงนี้   มี 2 ทาง ที่เราต้องเลือกว่าจะไปทางไหนใน 2 PCs  ดังนี้

PC#1  Problem= ปัญหา  หากเราจมอยู่กับปัญหา และคิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แก้ไขอะไรไม่ได้อีกต่อไปแล้ว  ไม่มีทางออก  เราก็มักจะบอกตัวเองว่า “หมดหวัง” และหลายครั้ง หลายคนมักจะแสดงออกมาด้วยการ Complain = บ่น ตำหนิ ต่อว่า หาเรื่องใส่กันและกัน อันจะมีแต่นำปัญหามาสู่ชีวิตมากยิ่งขึ้น
PC#2 Progress= ความก้าวหน้า  คืบหน้า ก้าวไปข้างหน้า ความเจริญ  แม้ดูเหมือนปัญหายังคงอยู่ แต่หากมองไกลออกไป มองให้สูงกว่าที่เคยเป็น ก็จะเห็นบางอย่างที่แตกต่างกว่าที่ผ่านมา  ซึ่งจะทำให้เกิด “ความหวัง” กำลังใจอย่างมหัศจรรย์  อันจะนำไปสู่การเอาชนะต่ออุปสรรค ปัญหา ด้วยสติปัญญา จนกระทั่งสามารถก้าวต่อไปอย่าง Continue= ต่อเนื่อง ทำให้ต่อเนื่อง และยังสามารถเลื่อนเวลา ต่ออายุ ต่อชีวิตไปอีกได้ไกลยิ่งขึ้น  

พระคำของพระเจ้ามีข้อคิดที่จะช่วยให้ผ่านจาก PC#1  Problem= ปัญหา  ซึ่งมักตามด้วย Complain = บ่น  ไว้ว่า...
11ข้าพเจ้าไม่ได้บ่นถึงเรื่องความขัดสน  
เพราะข้าพเจ้าจะมีฐานะอย่างไรก็ตาม   ข้าพเจ้าก็เรียนรู้แล้วที่จะพอใจอยู่อย่างนั้น
12ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับความตกต่ำ   และรู้จักที่จะเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์  
ไม่ว่าในกรณีใดๆ   ข้าพเจ้ารู้จักเคล็ดลับที่จะเผชิญกับความอิ่มท้องและความอดอยาก  
ความสมบูรณ์พูนสุข   และความขัดสน
13ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้   โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า   (ฟิลิป์ปี 4.11-13)

สำหรับคนที่ต้องการความก้าวหน้า และนำพาชีวิตสู่ความเจริญ อย่าง PC#2 Progress= ความก้าวหน้า  ซึ่งจะนำพา Continue= ต่อเนื่อง สู่ชีวิต มีข้อคิดให้ดำเนิน ดังนี้...
12มิใช่ว่าข้าพเจ้าได้แล้ว   หรือสำเร็จแล้ว   แต่ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไป  
เพื่อข้าพเจ้าจะได้ฉวยเอาไว้เป็นของตน   อย่างที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงฉวยข้าพเจ้าไว้เป็นของพระองค์แล้ว
13ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   ข้าพเจ้าไม่ถือว่าข้าพเจ้าได้ฉวยไว้ได้แล้ว  
แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง   คือลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้วเสีย  
และโน้มตัวออกไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า
14ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัย   เพื่อจะได้รับรางวัล   ซึ่งในพระเยซูคริสต์พระเจ้าได้ทรงเรียกจากเบื้องบน   ให้เราไปรับ
15เราซึ่งเป็นผู้ใหญ่แล้วจึงคิดอย่างนั้น   และถ้าท่านคิดอย่างอื่น   พระเจ้าก็จะทรงโปรดให้เรื่องนั้นประจักษ์แก่ท่านด้วย
16แต่เราได้แค่ไหนแล้ว   ก็ให้เราดำเนินตรงตามนั้นต่อไป   (ฟิลิป์ปี 3.12-16)

                ถึงอย่างไร “ประเทศไทย  ต้องไปต่อ”  และขอให้ชีวิตคุณและผมไปต่อเช่นกัน...
พร้อมไปด้วยกันไหมครับ ?