29 มีนาคม 2563

พระเจ้าดีตลอดเวลา...แม้ในช่วงเวลานี้ ? – God is Good all the time…Even for now? โดย บัณฑิต ดาแว่น

คิดอย่างบัณฑิต

พระเจ้าดีตลอดเวลา...
แม้ในช่วงเวลานี้ ? 
 God is Good all the time
Even for now?
โดย บัณฑิต  ดาแว่น

ผลกระทบจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ของเจ้า โควิด-19 (Coronavirus Covid-19) ทำให้ชีวิตต้องปรับเปลี่ยน  วันอาทิตย์นี้จึงนมัสการพระเจ้าอยู่ที่บ้านผ่านทางออนไลน์ (Sunday worship via online at home.) หลังจากใช้เวลาส่วนตัวกับพระเจ้าแล้ว จึงได้นมัสการร่วมกับคริสตจักรที่ถ่ายทอดสดทั้งในไทยและต่างประเทศ 
ผมได้รับพระพรจากพระวจนะของพระเจ้าเป็นพิเศษจากการเทศนาของ Dr. Kevin Harris : Lead Pastor of Cooper City Church of God จากรัฐ Florida ที่มีโอกาสไปร่วมในปี 2018 และ 2019 ท่านเทศนาถึงเรื่อง พระเจ้ายังดียอดเยี่ยมต่อชีวิตของเราอยู่เสมอ แม้กระทั่งในเวลานี้ที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก  โดยยกพระคัมภีร์โรมบทที่ 8 ข้อ 18-28 และโยงไปถึง พระธรรม สดุดี บทที่ 23 (Psalms 23:1-6) ผมจึงได้นำมาแบ่งปันบางประเด็นและเพิ่มเติมบางจุด   คือ  ข้าพเจ้ามั่นใจว่าพระเจ้าทรงแสนดีอยู่เสมอ เพราะว่า...
I am confident that God is Good during this time because
1. พระเจ้าตอบสนองความจำเป็นต่อชีวิตข้าพเจ้า แม้ในยามกังวลและขัดสน - He meets my needs when I'm Worried (V.1)
พระเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ   ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน  
2.  พระเจ้าช่วยข้าพเจ้าให้สงบสุข แม้ในยามเครียดกลัดกลุ้ม- He help me to rest when I feel stressed. (V.2)
 2พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด  
 พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ
  
3. พระเจ้าฟื้นชีวิตขึ้นใหม่ให้ข้าพเจ้า แม้ในยามว่างเปล่าขาดแคลนHe refreshes me when I'm empty. (V.3a)
 3ทรงฟื้นจิตวิญญาณของข้าพเจ้า...
4. พระเจ้าทรงนำทางชีวิตข้าพเจ้า แม้ในยามสับสนวุ่นวาย - He guides me when I feel confused. (V.3b)
...พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในทางชอบธรรม  
 เพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์  
5. พระเจ้าดำเนินไปกับข้าพเจ้า แม้ในยามหวาดกลัว - He walks with me when I'm fearful. (V.4a)
4แม้ข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช  
 ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใด ๆ ... 
6. พระเจ้าทรงปกป้องข้าพเจ้า แม้ในยามรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย - He protects me when I feel insecure. (V.4b)
...เพราะพระองค์ทรงสถิตกับข้าพระองค์  
 คทาและธารพระกรของพระองค์เล้าโลมข้าพระองค์  
7.  พระเจ้าจัดเตรียมสิ่งดีให้ข้าพเจ้า แม้ในยามเผชิญศัตรูร้าย He provides for me when face enemies. (V.5)
 5พระองค์ทรงเตรียมสำรับให้ข้าพระองค์  
 ต่อหน้าต่อตาศัตรูของข้าพระองค์  
 พระองค์ทรงเจิมศีรษะข้าพระองค์ด้วยน้ำมัน  
 ขันน้ำของข้าพระองค์ก็ล้นอยู่  
8. พระเจ้ายังทรงดีต่อข้าพเจ้า แม้จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม - He will be good to me no matter what happens. (V.6a)
 6แน่ทีเดียวที่ความดีและความรักมั่นคง   จะติดตามข้าพเจ้าไป  
 ตลอดวันคืนชีวิตของข้าพเจ้า...  
9. พระเจ้าจะนำข้าพเจ้าไปสู่สวรรค์ ในสักวันหนึ่งแน่นอน - He will take me to heaven one day ! (V.6b)
...และข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าสืบไปเป็นนิตย์

พระเยซูคริสต์ให้คำยืนยันว่า...
เราได้มาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้ชีวิต   และจะได้อย่างครบบริบูรณ์ เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี   ผู้เลี้ยงที่ดีนั้นย่อมสละชีวิตของตนเพื่อฝูงแกะ  (John 10:10-11)
ข้าพเจ้าจึงเชื่อมั่นได้เสมอ...
 เพราะพระเจ้าประเสริฐ  
 ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์  
 และความสัตย์สุจริตของพระองค์ดำรงอยู่ทุกชั่วชาติพันธุ์
(Psalms 100:5)
...อาเมน มั้ยครับ !!



(ภาพถ่ายเองนะครับ)

28 มีนาคม 2563

ข้อคิด 7 ประการ เพื่อป้องกันฝ่ายวิญญาณจากโควิด-19 Save your life from Covid-19 โดย บัณฑิต ดาแว่น


คิดอย่างบัณฑิต
ข้อคิด 7 ประการ
 เพื่อป้องกันฝ่ายวิญญาณจากโควิด-19
Save your life from Covid-19
โดย บัณฑิต  ดาแว่น
ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 (Coronavirus Covid-19)ทำให้โลกนี้ต้องเปลี่ยนแปลง  การใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะการระบาดร้ายแรง บางประเทศเกินกว่าจะควบคุมได้  มีคนติดเชื้อนับแสน เจ็บป่วยนับหมื่น และเสียชีวิตนับพัน  รัฐบาล ผู้รับผิดชอบแต่ละด้านต่างออกมาสื่อสาร และคิดมาตรการป้องกันแก้ไขกันอย่างจริงจัง เช่น แนะนำให้... ล้างมือให้สะอาด กินอาหารร้อน ใช้ซ้อนตนเอง  กักบริเวณเมื่อเห็นว่าสุ่มเสี่ยง หลีกเลี่ยงที่ชุมนุมคน  ปลีกตนจากคนอื่นให้ห่างพอ  ขอให้สวมหน้ากากอนามัย  ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง...เป็นต้น  ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพราะยังมีคนที่ฝ่าฝืน และที่สำคัญยังไม่มีวัคซีนป้องกัน  จึงขอเอาใจช่วยโดยหวังว่าสักวันคงจะค้นพบ  ช่วงเวลาเช่นนี้ทำให้หลายคนคิดเลยไปถึงจุดจบของโลกตามที่มีทำนายไว้
แล้วเราจะทำอย่างไรดีละในฐานะผู้เชื่อในพระเจ้า ?
1. ล้างมือ ล้างใจ ให้สะอาด - Clean your hand and your heart.
การป้องกันเชื้อโควิด-19 ให้ “ล้างมือ”  การป้องกันเชื้อร้ายแห่งความบาปให้ “ล้างใจ”
เพราะชีวิตเริ่มจากใจ
จงรักษาใจของเจ้าด้วยความระวังระไวรอบด้าน    เพราะชีวิตเริ่มต้นออกมาจากใจ   (Proverbs 4:23)
เพราะผู้ที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้านั้นต้องมีชีวิตที่บริสุทธิ์
 ผู้ใดจะขึ้นไปบนภูเขาของพระเจ้า   และผู้ใดจะยืนอยู่ในวิสุทธิสถานของพระองค์  
 
คือผู้ที่มีมือสะอาดและใจบริสุทธิ์   ผู้ที่มิได้ปลงใจในสิ่งเท็จ    และมิได้สาบานอย่างหลอกลวง   (Psalms 24:3-4)
2. กินอาหารที่ปลอดภัย Have safety food.
การกินอาหารที่ยังร้อน (ร้อนพอที่จะกินได้นะ) อาหารที่ถูกสุขอานามัย เป็นปกตินิสัยที่จะทำให้สุขภาพแข็งแรง ช่วยป้องกันโรคภัย เป็นที่ยอมรับและเข้าใจอยู่แล้ว  แต่หากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีคุณภาพ ต้องกินอาหาร (พระวจนะ)จากพระโอษฐ์(ปาก)ของพระเจ้า
พระเยซูคริสต์สอนและทำเป็นแบบอย่าง
ฝ่ายพระองค์(พระเยซู)ตรัสตอบว่า   “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า     'มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียว หามิได้   แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำ   ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า'    (Matthew 4:4)
พระวจนะของพระเจ้าจำเป็นต่อชีวิตและเป็นประโยชน์ในทุกด้าน
พระคัมภีร์   ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า  และ[ หรือ   ทุกตอนที่ได้รับการดลใจจากพระเจ้า   ก็ ] เป็นประโยชน์ในการสอน   การตักเตือนว่ากล่าว   การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี   และการอบรมในทางธรรม 17เพื่อคนของพระเจ้าจะพรักพร้อมที่จะกระทำการดีทุกอย่าง (II Timothy 3:16-17)
พระวจนะให้ความรู้ความเข้าใจและความปลอดภัยแก่ชีวิต
กฎหมายของพระเจ้ารอบคอบ    และฟื้นฟูจิตวิญญาณ    กฎเกณฑ์ของพระเจ้านั้นแน่นอน   กระทำให้คนรู้น้อยมีปัญญา   ข้อบังคับของพระเจ้านั้นถูกต้อง   กระทำให้จิตใจเปรมปรีดิ์   พระบัญญัติของพระเจ้านั้นบริสุทธิ์    กระทำให้ดวงตากระจ่างแจ้ง   (Psalms 19:7-8)
3. ใช้เครื่องมือที่เหมาะสม – Use the right tools.
มาตรการการใช้ช้อนกลาง ยังไม่พอต่อการป้องกันโรคระบาดครั้งนี้  จึงต้องมีมาตรการช้อน(กู)ของตนเอง  ถือเป็นการป้องกันอีกขั้น  เป็นการใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่เหมาะสมต่อสถาการณ์  ด้านชีวิตฝ่ายวิญญาณก็เช่นกัน  พระเจ้าทรงให้สติปัญญาแก่มนุษย์ผลิตเครื่องมือนานาชนิดเพื่อการใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย  ดังนั้น ต้องใช้ปัญญาอันชาญฉลาดนี้ให้เป็นที่ยกย่องสรรเสริญพระนามสืบไป 
เพราะขวานที่ทื่อ  เครื่องมือที่ไม่ได้จัดเตรียม มักนำความทุกข์และปัญหามาสู่ชีวิตได้
ถ้าขวานทื่อแล้ว  และเขาไม่ลับให้คม    เขาก็ต้องออกแรงมาก    แต่สติปัญญาจะช่วยให้บรรลุความสำเร็จ   (Ecclesiastes 10:10)
การใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังช่วยยับยั้งปัญหา(ที่ไม่จำเป็น)ได้
เหตุฉะนั้นท่านจงระมัดระวังในการดำเนินชีวิตให้ดี   อย่าให้เหมือนคนไร้ปัญญา   แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา (Ephesians 5:15)
4. อยู่ในที่ที่ควรอยู่ ไปในที่ที่ควรไป – Stay at the right place.
ผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมย่อมเห็นด้วยและพยายามทำตามแนวทางการป้องกันและแก้ไข เพื่อไม่ให้เชื้อโรคร้ายต้องกระจายไปสู่กันและกัน  ด้วยการกักบริเวณเมื่อเห็นว่าตนเองสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคมา หลีกเลี่ยงการเข้าไปที่ชุมนุมคน แค่สองคนก็ต้องระวัง ให้เว้นระยะห่างจากคนอื่นเพื่อไม่ให้เกิดการติดหรือแพร่เชื้อแก่กัน
ต้องรู้ว่ามีบางที่ที่ควรอยู่ บางที่ไม่ควรไป !
พระคำของพระเจ้าสอนไว้ ไม่เดิน ไม่ยืน ไม่นั่ง ในที่ที่ไม่สมควรและไม่ใกล้คนที่ไม่เหมาะสม  แต่ให้อยู่ในพระธรรมที่จะนำชีวิตให้มีความสุขความเจริญดีกว่า
ความสุขเป็นของบุคคล   ผู้ไม่ดำเนินตามคำแนะนำของคนอธรรม   หรือ(ไม่)ยืนอยู่ในทางของคนบาป   หรือ(ไม่)นั่งอยู่ในที่นั่งของคนที่ชอบเยาะเย้ย  
แต่ความปีติยินดีของผู้นั้นอยู่ในพระธรรมของพระเจ้า   เขาภาวนาพระธรรมของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน   (Psalms 1:1-2)
มีที่อยู่ที่ปลอดภัย พระเยซูจัดเตรียมไว้ให้แก่ผู้เชื่อ
อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย   ท่านวางใจในพระเจ้า[ หรือ   จงวางใจในพระเจ้า ]    จงวางใจในเราด้วย ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก   ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว   เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว   เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา   เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย 4และท่านรู้จักทางที่เราจะไปนั้น” (John 14:1-3)
มองไปให้ไกลกว่าโลกใบนี้ มีที่ปลอดภัยอยู่เบื้องบน
ถ้าท่านรับการทรงชุบให้เป็นขึ้นมาด้วยกันกับพระคริสต์แล้ว   ก็จงแสวงหาสิ่งซึ่งอยู่เบื้องบนในที่ซึ่งพระคริสต์ทรงสถิตอยู่   คือประทับข้างขวาของพระเจ้า จงเอาใจใส่สิ่งที่อยู่เบื้องบน   ไม่ใช่สิ่งซึ่งอยู่ที่แผ่นดินโลก (Colossians 3:1-2)
5. ป้องกันตนเองให้พ้นภัย ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง – Always be careful.
หากจำเป็นต้องออกไปทำอะไร การสวมหน้ากากอานามัย ยังใช้ได้ในการป้องกัน  ถึงกระนั้นยังคงต้องระมัดระวัง เพราะไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่าใครมีเชื้อโรคอยู่ในตัว หรือมีเศษเชื้อที่แพร่ไว้ในที่ใดบ้าง ป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด (Safety first)
อธิษฐานวอนไหว้ เพื่อไม่ให้พลาดพลั้ง
...และขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง    แต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย[ หรือ  มารร้าย ]    
 [เหตุว่าราชอำนาจ  และฤทธิ์เดช  และพระสิริเป็นของพระองค์สืบๆไปเป็นนิตย์   อาเมน] (Matthew 6:13)
คนฉลาดย่อมหลีกภัย ไม่นำตนเองให้อยู่ในอันตราย
จงปลีกตัวของเจ้าจากภัย  อย่างละมั่งที่ปลีกตัวจากพราน   อย่างนกจากมือของคนจับนก   (Proverbs 6:5)
6.  ใช้เวลากับพระเจ้า เข้าใกล้ชิดนมัสการ
ให้เว้นระยะห่างจากผู้คน ไม่พยายามเข้าไปพบปะคนในสังคม ตามมาตรการ Social distancing  ใช้ป้องกันได้สำหรับเชื้อโควิด-19  แต่ชีวิตฝ่ายวิญญาณ จำเป็นต้องเข้าให้ใกล้ชิดสนิทกับพระเจ้า จึงจะเฝ้าระวังอันตรายได้อย่างดี  จึงเป็นโอกาสดียิ่ง ที่จะรีบเข้าหาพระเจ้า เข้าเฝ้าพระองค์เป็นการส่วนตัว  ไม่มัวเมากับความวุ่นวายในสังคม  ซึ่งจะทำให้คุณและผมสามารถเข้าสนิทแบบใกล้ชิดและเกิดผลดีตามที่พระเยซูสอนไว้
...จงเข้าสนิทอยู่ในเรา   และเราเข้าสนิทอยู่ในท่าน   แขนงจะออกผลเองไม่ได้   นอกจากจะติดอยู่กับเถาฉันใด   ท่านทั้งหลายก็จะเกิดผลไม่ได้   นอกจากจะเข้าสนิทอยู่ในเราฉันนั้น เราเป็นเถาองุ่น   ท่านทั้งหลายเป็นแขนง   ผู้ที่เข้าสนิทอยู่ในเราและเราเข้าสนิทอยู่ในเขา   ผู้นั้นก็จะเกิดผลมาก   เพราะถ้าแยกจากเราแล้วท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย (John 15:4-5)
ทุกรูปแบบ ทุกที่ ทุกเวลา สามารถเข้ามานมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง
แต่วาระนั้นใกล้เข้ามาแล้ว   และบัดนี้ก็ถึงแล้ว   คือเมื่อผู้ที่นมัสการอย่างถูกต้องจะนมัสการพระบิดา   ด้วยจิตวิญญาณและความจริง   เพราะว่าพระบิดาทรงแสวงหาคนเช่นนั้นนมัสการพระองค์  พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ   และผู้ที่นมัสการพระองค์   ต้องนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง” (John 4:23-24)
แม้ช่วงนี้อาจจะมีการปิดอาคารคริสตจักร(โบสถ์) แต่ไม่สามารถปิดกั้นการนมัสการที่แท้จริงได้ เพราพระเยซูเป็นผู้กลางระหว่างเรากับพระเจ้าเพื่อให้เข้าไปนมัสการได้อย่างเสรีแล้ว(มทธิว27.51,ฮีบรู 9) ดังนั้น การปรับเปลี่ยนรูปแบบ สถานที่ เวลา จำนวนคน เพื่อนมัสการจึงเป็นสิ่งที่ควรทำต่อไป เพราะยังเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าตามพระคัมภีร์
7. รักษาความเชื่อ รักษาชีวิต อุทิศทุกสิ่งแด่พระเจ้า – Trust in the Lord.
อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป  ช่วงเวลาจะยาวนานแค่ไหนจึงจะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้ ยังไม่มีใครตอบได้  แต่สิ่งที่ควรทำคือ
จำเป็นต้องมีความเชื่อ ความหวัง ความรัก อยู่เสมอ
ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง   คือความเชื่อ   ความหวังใจ   และความรัก   แต่ความรักใหญ่ที่สุด (I Corinthians 13:13)
รักษาความไว้วางใจในพระเจ้าอยู่ต่อไป เพราะทุกสิ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของพระองค์ และนำให้เกิดผลปั้นปลายที่ดีได้
...เรารู้ว่า   พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง   คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์  (Romans 8:28)
พี่​น้อง​ของ​ข้าพเจ้า เมื่อ​ท่าน​ถูก​ลองใจ​ต่าง ๆ นานา จง​ถือ​ว่า​เป็น​ประโยชน์​แก่​ท่าน​มาก เพราะ​เมื่อ​ท่าน​ถูก​ลองใจ​แล้ว​ความ​ศรัทธา​ยัง​ไม่​คลอนแคลน ท่าน​ก็​แน่ใจ​ได้​ว่า​ผล​ที่​เกิด​ขึ้น คือ​ท่าน​สามารถ​ทน​ได้
แต่​จง​ให้​แน่ใจ​ว่า​ท่าน​ไม่​ยอม​พ่ายแพ้​แต่​ทน​ได้​ตลอด​ไป เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​เป็น​บุคคล​ที่​ดี​พร้อม​จริง ๆ ไม่มี​อะไร​ขาด​ตก​บกพร่อง​เลย
ถ้า​ผู้ใด​ใน​พวก​ท่าน​ขาด​สติ​ปัญญา   ให้​เขา​วิงวอน​ทูล​ขอ​พระเจ้า​ผู้​ซึ่ง​ประทาน​ทุก​สิ่ง​ให้​เขา​ได้ เพราะ​พระองค์​ทรง​พระกรุณา​ประทาน​อย่าง​มากมาย แต่​ท่าน​ต้อง​เชื่อ​โดย​ไม่​สงสัย​คลางแคลง​ใจ​อย่าง​ใด​เลย​เมื่อ​วิงวอน​ทูล​ขอ เพราะ​คน​ที่​สงสัย​ก็​เป็น​เหมือน​คลื่น​ใน​ทะเล​ที่​ถูก​พายุ​ซัด​ไป​ซัด​มา (James 1:2-6 ฉบับประชานิยม)
ขอพระเจ้าปกป้องคุ้มครองท่านให้ผ่านพ้นภัยพิบัติด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ขอทรงนำให้สติปัญญาแก่ผู้ที่ต้องทำหน้าที่ต่าง ๆ ให้ปลอดภัย มีทางออก และทางรอด แก่บรรดาประชาชาติด้วยเทอญ
ขอพระเจ้าทรงอำนวยพระพรแก่ท่าน  และพิทักษ์รักษาท่าน  
 ขอพระเจ้าทรงให้พระพักตร์ของพระองค์ทอแสงแก่ท่าน   และทรงพระกรุณาท่าน  
ขอพระเจ้าทรงเงยพระพักตร์ของพระองค์เหนือท่าน   และประทานสวัสดิภาพแก่ท่าน  (Numbers 6:24-26)

อธิษฐานวิงวอนในนาม พระเยซูคริสต์เจ้า...อาเมน
(ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

13 มกราคม 2563

ชีวิตที่ก้าวหน้า - Progression of life. โดย บัณฑิต ดาแว่น


คิดอย่างบัณฑิต

ชีวิตที่ก้าวหน้า 
Progression of life
โดย บัณฑิต  ดาแว่น
“ย้อมผมมั้ยครับ” เป็นข้อเสนอของช่างแทบทุกครั้งที่เข้าร้านตัดผม  แต่แผนการขายของช่างไม่สำเร็จ ผมยังไม่ยอมจ่ายเงินค่ายาย้อมผมมาหลายปีแล้ว  เมื่อตอนสามสิบต้นๆ เคยให้ควาหวังช่างตัดผมขาประจำว่า หลังอายุสี่สิบถึงจะคิดย้อมผม แต่มาจนบัดนี้ปีที่ห้าสิบต้นๆ แล้ว  ยังยืนยันและยึดมั่นหลักการที่ว่า...ศักดิ์ศรีของคนหนุ่ม  คือกำลังของเขา   แต่ความงามของคนแก่คือผมหงอกของเขา   (Proverbs 20:29)
การที่ใครคนหนึ่งจะได้เห็นผมหงอก  ไม่ใช่ได้มาโดยง่าย  ต้องอาศัยเวลา และการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ถ้าไม่อย่างนั้น คงไม่มีโอกาสมีชีวิตอยู่จนเห็นผมเปลี่ยนสีเป็นแน่ !...  ยิ่งสถานการณ์ของสังคมไทย  มีเหตุที่ทำให้คนต้องจากไปก่อนวันอันควรเยอะแยะ ไม่วาจะเป็น เทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ ลอยกระทง  ผู้คนต้องล้มตายลงอย่างน่าเศร้าใจนับร้อยนับพันคน  ปีแล้วปีเล่าเราก็ยังไม่สามารถยับยั้งได้  ข่าวสงครามใหญ่ระหว่างประเทศมหาอำนาจที่เขาสาดใส่กันด้วยอาวุธร้ายแรง แต่ความตายยังไม่ได้แซงสถิติของคนไทยในแต่ละเทศกาลเลย  นี่ยังไม่พูดถึงการยิงรันฟันแทงฆ่าแกงกันทั้งแบบตัวต่อตัว แบบยกพวกใส่กัน แบบฆ่าล้างทั้งครอบครัว และการฆาตกรรมตัวเอง ที่นับวันยิ่งมากขึ้นจนน่าเป็นห่วง

ดังนั้น  หากวันนี้คุณยังมีชีวิตอยู่  ยังมีโอกาสเห็นความก้าวหน้าของชีวิตและสังคมรอบข้างอยู่ได้  นอกจากการรู้จักดูแล รักษาชีวิตตามที่ควรจะเป็นแล้ว  ยังถือว่าเป็นพระคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระเจ้า ผู้ทรงรักห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของคนที่รักและเชื่อฟังพระองค์  เพราะหากไม่ได้รับการปกปักรักษาจากพระเจ้าแล้ว ชีวิตนี้ก็ยากที่จะอยู่ได้ เพราะแม้เราระวังระวังเต็มที่ รอบคอบอย่างสุดกำลัง แต่ยังมีความผิดพลาดของคนอื่นและสิ่งรอบข้างที่อาจทำให้ชีวิตของเราเสียหายได้เช่นกัน  บางคนอาจจะบอกว่าเป็นโชคช่วย หรือดวงดี แต่ผู้ที่มีความศรัทธาในพระเจ้า เราเชื่อว่า  พระเจ้าทรงเมตตาและทรงนำพาจนถึงเวลาอันสมควรต่างหาก  ! 
กษัติรย์ซาโลมอนผู้เขียนสุภาษิตและบทเพลงชาวยิวโบราณสอนว่า...
ถ้าพระเจ้ามิได้ทรงสร้างบ้าน   บรรดาผู้ที่สร้างก็เหนื่อยเปล่า   
ถ้าพระเจ้ามิได้ทรงเฝ้าอยู่เหนือนคร   คนยามตื่นอยู่ก็เหนื่อยเปล่า 
เป็นการเหนื่อยเปล่า  ที่ท่านลุกขึ้นแต่เช้ามืด   นอนดึก   และกระหืดกระหอบกินอาหาร 
 เพราะพระองค์ประทานแก่ผู้ที่รักของพระองค์   ให้หลับสบาย  (Psalms 127:1-2)
เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงควบคุมทุกเรื่องราวในชีวิต แต่ขณะเดียวกันทรงให้มีอิสระที่จะเลือกตัดสินใจ  ว่าจะเดินในทางพระองค์หรือตามใจตนเอง สุดท้ายผลแห่งปลายทางจะเป็นดังเหตุที่เลือกนั้น 
สำหรับผู้เชื่อและรักพระเจ้า ทรงให้ความหวังเสมอว่า
...เรา​ทราบ​แล้ว​ว่า​เหตุการณ์​ทุก​อย่าง​ที่​เกิด​ขึ้น พระเจ้า​ทรง​บันดาล​ให้​เป็น​ผล​ดี​แก่​ผู้​ที่​รัก​พระองค์ คือ​ผู้​ที่​พระองค์​ทรง​เรียก​ตาม​พระ​ประสงค์​ของ​พระองค์ (Romans 8:28 TSV)

ขอบคุณพระเจ้าที่ยังมีชีวิตอยู่และได้เห็นความก้าวหน้าหลายอย่างในชีวิต  แม้อาจไม่เป็นดังใจคิด แต่ชีวิตยังมีอยู่และยังมีโอกาสที่จะพัฒนา ไขว่คว้า ด้วยความเชื่อ ความหวัง และความรักที่ยังมีอยู่ในพระเจ้า ซึ่งเป็นผู้เริ่มต้นการดีไว้ในชีวิตตั้งแต่ก่อนเริ่มสร้างโลก และจะทรงรักษาซึ่งทรงสัญญาไว้จนถึงวันสุดท้ายได้อย่างแน่นอน (1คร.13.13,ฟป.1.6,อฟ.1.4-5,2ทธ.1.12)
จากเด็กจนโต จากหนุ่มจนแก่ จากผมสีดำ จนย้ำว่าขาวทั้งศีรษะแล้วนะ แม้อาจจะไม่สมดังใจปองไปเสียทั้งหมด แต่ยังเห็นอนาคต ยังไม่หมดความหวัง และยังคงตั้งใจเสมอว่า  ชีวิตนี้ที่ได้รู้จักพระเจ้าเราก็เป็นสุขใจในทุกเวลา แม้ว่าสภาพภายนอกหลายอย่างเปลี่ยนไป แต่ภายในจิตใจยังสดใสและใหม่อยู่เสมอด้วยความรักมั่นคงที่ดำรงเป็นนิตย์ (2คร.4.16, พคค.3.22-23)...
คุณเคยคิดอย่างผม(บัณฑิต)มั้ยครับ !!

(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต)

07 มกราคม 2563

ตราบที่ยังหายใจ จงใช้ชีวิตเพื่อการสรรเสริญ ​​​​​​​​Let everything that has breath praise the Lord! โดย บัณฑิต ดาแว่น


คิดอย่างบัณฑิต
ตราบที่ยังหายใจ  จงใช้ชีวิตเพื่อการสรรเสริญ
​​​​​​​​Let everything that has breath praise the Lord!
โดย บัณฑิต  ดาแว่น

ปี 2020  ย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้ว  ขอบคุณพระเจ้าที่ยังมีชีวิตอยู่ !
การมีชีวิตอยู่ ถือเป็นพรอันล้ำค่า  หากยังสามารถหายใจเข้าออกได้ เป็นความรักเมตตาจากพระเจ้าผู้ทรงให้ฝนตกและแดดออกทั้งคนชั่วและคนดีโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง (มัทธิว 5.45)
ดังนั้น ตราบที่ยังมีลมหายใจ  จงใช้ชีวิตในการสรรเสริญ นมัสการ และขอบพระคุณพระเจ้าอยู่เสมอ
พระธรรมสดุดีบทที่ 150 เริ่มต้นด้วยคำว่า “จงสรรเสริญพระเจ้า”  และ สุดท้ายด้วยคำว่า “จงสรรเสริญพระเจ้า”   ในภาษาฮีบรู คือคำว่า “ฮาเลลูยาห์”
“ฮาเลลูยาห์” (Hallelujah) เป็นคำที่ใช้ยกย่องสรรเสริญพระเจ้า ผู้ทรงพระนามว่า พระยาเวห์ คือ พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ที่สำแดงและตรัสกับโมเสสว่า “เราเป็น ผู้ซึ่ง เราเป็น”  I AM who I AM. 
พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสว่า   “เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น”   แล้วพระองค์ตรัสว่า  “ไปบอกชนชาติอิสราเอลว่า   'พระองค์ผู้ทรงพระนามว่าเราเป็น[ หรือ  “เราอยู่  (ด้วย)”   ดูข้อ  12 ]    ทรงใช้ข้าพเจ้ามาหาท่านทั้งหลาย' พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสอีกว่า   “เจ้าจงกล่าวแก่ประชากรอิสราเอลว่า ดังนี้'พระเยโฮวาห์[ ในที่นี้เข้าใจกันว่า   แปลว่า  “พระองค์ทรงเป็น”   หรือ  “พระองค์ทรงอยู่” ]    พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่าน   คือพระเจ้าของอับราฮัม   พระเจ้าของอิสอัค   และพระเจ้าของยาโคบ   ทรงใช้ให้ข้าพเจ้ามาหาท่าน'   นี่แหละเป็นนามของเราตลอดไปเป็นนิตย์   นี่แหละเป็นอนุสรณ์ของเราตลอดทุกชั่วชาติพันธุ์  Exodus 3:14-15
 “พระยาเวห์ ทรงเป็นพระเจ้า ของอับราฮัม อิศอัค และยาโคบ”  หมายถึงทรงเป็นพระเจ้าของคนเป็น และมีตัวตนอยู่จริง ๆ  
ผมมีโอกาสไปเยี่ยมวิหารที่เมืองเฮโบรน( Hebron)  ประเทศอิสราเอล เป็นวิหารใหญ่ตระหง่านตา อยู่ทางตอนใต้ของเยรูซาเล็มประมาณสามสิบสองกิโลเมตร  สร้างขึ้นเพื่อครอบหลุมฝังศพของบรรพบุรุษบุคคลสำคัญของชาวยิว คือ ฮับราฮัมและซาราห์  อิสอัคและ เรเบคาห์ ยาโคบและเรอาห์  เป็นถ้ำและที่นามัค-เปลาห์ ที่อับราฮัมซื้อจากคนฮิตไทต์เพื่อฝังศพนางซาราห์ และต่อมาก็ตัวท่านเอง และลูกหลาน  (ปฐก.23, 25.7-11, 49.29-32)  และสถานที่นี่เองที่ดาวิด มาแสดงตัวเป็นกษัตริย์และใช้เป็นเมืองหลวงในการปกครองช่วงแรกอยู่ที่นี่ถึงเจ็ดปีครึ่ง (2ซมอ.5.1-5)
ณ เมืองเฮโบรน Hebron ที่ฝังศพ(กระดูก)คนของพระเจ้าน่าคิดว่า He - Bron พ้องเสียงกับคำว่า Bone:กระดูก หากใช้เสียงและเล่นคำ  “เฮ..โบรน”!!  ( He…Bone !! )คือกระดูกโห่ร้อง เฮ !  คือยังมีชีวิตอยู่... ทำให้คิดถึงพระธรรมเอเสเคียลบทที่ 37 บันทึกเหตการณ์ที่พระเจ้าชุบกระดูกแห้งให้เป็นชีวิตขึ้นมาได้
ผู้ที่เชื่อในพระเจ้า  แม้ว่าพวกเขาตายไปแล้ว แต่จะยังมีชีวิตอยู่  เพราะทรงเป็นพระเจ้าแห่งชีวิต เป็นผู้ทรงพระชนม์อยู่เสมอ  พระคัมภีร์ทั้งพันธสัญญาเดิมและใหม่ยืนยันเสมอ “ทรงเป็นพระเจ้าของอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ” หมายถึงทั้งพระเจ้าและคนของพระองค์นั้นยังมีชีวิตอยู่เสมอ (อพย.2.ยน.กจ.3,7)
พระเยซูคริสต์ยืนยันว่าพระเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่... เราเป็นพระเจ้าของอับราฮัม   พระเจ้าของอิสอัค   และพระเจ้าของยาโคบ'   พระองค์มิได้เป็นพระเจ้าของคนตาย   แต่ทรงเป็นพระเจ้าของคนเป็น” (Matthew 22:32)  และยังตรัสอีกในเหตุการณ์ช่วยให้ลาซารัสฟื้นขึ้นจากตายว่า... เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิต ผู้ที่วางใจในเรานั้น ถึงแม้ว่าเขาตายแล้วก็ยังจะมีชีวิตอีก (ยน.11.25)
ดังนั้น เรากำลังสรรเสริญ นมัสการ ขอบพระคุณพระเจ้าที่มีอยู่จริง...ฮาเลลูยาห์...อาเมน !!
เรามีชีวิตและหายใจด้วยลมปราณแห่งพระวิญญาณของพระเจ้า ที่ประทานให้ตั้งแต่การสร้างมนุษย์คนแรก พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า...พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดิน  ระบายลมปราณเข้าทางจมูก   มนุษย์จึงเป็นผู้มีชีวิต   (Genesis 2:7)  และด้วยลมปราณแห่งพระวิญญาณของพระเจ้านี่เอง ทำให้คนเราติดต่อสื่อสารกับพระเจ้าได้  ตามแนวทางที่ทรงให้ไว้ว่า ผู้ที่นมัสการอย่างถูกต้อง ต้องนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง เพราะพระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ และทรงแสวงหาคนเช่นนั้นที่นมัสการพระองค์(ยอห์น 4.23-24)
แล้วคุณกำลังหายใจเข้าออกอยู่เพื่ออะไร ?
พระธรรมสดุดี ช่วยให้เห็นถึงพระประสงค์ของพระเจ้า  “จงให้ทุกสิ่งที่หายใจ สรรเสริญพระเจ้า”
สดุดี บทที่ 1  เริ่มต้นให้เห็นภาพสองทาง คือ ทางแห่งคนชอบธรรม ที่ปลายทางของเขาจะได้อยู่กับพระเจ้า และ ทางของคนอธรรม ที่ปลายของเขาจะพินาศไป
สดุดี บทที่ 150 บทสุดท้ายสรุปให้เห็นว่า คนที่มีชีวิตอยู่จะทำหน้าที่ นมัสการ สรรเสริญ และขอบพระคุณพระเจ้า
คงไม่มีอะไรที่ดีและสำคัญไปกว่านี้อีกแล้ว คือ การมีชีวิตอยู่เพื่อ นมัสการ สรรเสริญ และขอบพระคุณพระเจ้า  โดยมีเหตุผลสำคัญคือ เพราะพระเจ้าทรงเป็นอยู่และทรงสามารถช่วยให้เรา มีชีวิตอยู่ได้
ด้วยเหตุนั้น “จงให้ทุกสิ่งที่หายใจ สรรเสริญพระเจ้า”
การนมัสการ สรรเสริญ และขอบพระคุณ สามารถแสดงออกมาผ่านทางชีวิตของเราในทุกที่และทุกรูปแบบ ตามที่พระธรรมสดุดีบทที่ 150 ได้กล่าวไว้  คือ ทั้งในสถานนมัสการพระเจ้า  ในทั่วฟื้นฟ้าอันกว้างใหญ่และทรงพลังของพระเจ้า  กล่าวถึงเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงกระทำให้เกิดขึ้นอย่างมากมายได้  จะแสดงออกมาผ่านทางอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องดนตรี ดีด สี ตี เป่า และท่าทางประกอบแบบเต้นรำ ร้องเพลง บรรเลงสดุดีได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ยังมีความหมายอีกว่า  ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ สามารถใช้ชีวิตเพื่อการสรรเสริญผ่านทางวิธีการ รูปแบบ บทบาท ฐานะ หน้าที่ต่าง ๆ   กล่าวคือ หากคุณมีชีวิตอยู่และกำลังทำงานในอาชีพอะไรก็ตาม  ให้ใช้สิ่งนั้นเป็นเหตุให้มีการสรรเสริญพระเจ้าได้เสมอ  เหมือนที่พระเยซูสอนว่า...เพื่อว่าเมื่อเขาได้เห็นความดีที่ท่านทำ   เขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่าน   ผู้ทรงอยู่ในสวรรค์ (Matthew 5:16)

ไม่ว่าปีนี้ หรือปีไหน ที่นี่หรือที่ไหน ขอให้ใช้ชีวิตและลมหายใจที่มีอยู่เพื่อสรรเสริญพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ และช่วยให้ผู้คนหันมาสรรเสริญพระเจ้าร่วมกันสืบไป...ดีมั้ยครับ !
“ฮาเลลูยาห์”
จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด  
  จงสรรเสริญพระเจ้า   ในสถานนมัสการของพระองค์  
 จงสรรเสริญพระองค์ในพื้นฟ้า   อันอานุภาพของพระองค์  
 2จงสรรเสริญพระองค์  เพราะกิจการ   อันอานุภาพของพระองค์  
 จงสรรเสริญพระองค์  ตามความยิ่งใหญ่อย่างมากของพระองค์  
 
3จงสรรเสริญพระองค์ด้วยเสียงแตร  
 จงสรรเสริญพระองค์ด้วยพิณเขาคู่   และพิณใหญ่  
 
4จงสรรเสริญพระองค์ด้วยรำมะนา   และการเต้นรำ  
 จงสรรเสริญพระองค์ด้วยเครื่องสาย   และปี่  
 
5จงสรรเสริญพระองค์ด้วยเสียงฉิ่ง  
 จงสรรเสริญพระองค์ด้วยเสียงฉาบ  
 
6จงให้ทุกสิ่งที่หายใจ  สรรเสริญพระเจ้า  
 
จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด
(สดุดี 150)
(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต)