05 มกราคม 2554

พันธกิจ สคบ.เหนือ พย.-ธค.2010

พันธกิจ สคบ.เหนือ พ.ย.-ธ.ค.2553
Northern thailand baptist churches association (NTBCA)
Nov.-Dec.2010

1. สัมมนาผู้นำร่วมกับศิษยาภิบาลภาคตะวันออกที่ คจ.กำแพงเพชร โดย อ.ประยูร ลิมะหุตะเศรณี หัวข้อ “นิมิตของผู้นำ” 5-8 Nov. 2010 Training Leadership with The eastern thai Baptist in Kampang-paet Baptist church by Pastor Prayoon Limahutasaranee “Vision of Leader”

2. แสดงความยินดีในโอกาสสถาปนา ศาสนาจารย์ มณทนา สุขปัน คจ.สามัคคีธรรม ป่างิ้ว เชียงราย 14 Nov. 2010 Congratulation to Rev.Montana Sukpan of Fellowship Church in Wiang-pa-pao Chiang-Rai

3. ในนาม “พันธกิจคนเหนือ” แสดงความยินดีในงานรวมญาติ คจ.สุพรรณลาต ร่องฟอง แพร่ หัวข้อ “ใต้ร่มพระคุณ” 4-5 Dec.2010 Congratulation for celebration of Supannalaat church (Rong Fong) in Phrae

4. เยี่ยมเยียน คจ.สร้างสรรค์เชียงใหม่ และลำพูน ที่กำลังสมัครเป็นสมาชิก สคบ. 12 Dec.2010 Visit to Creation Church Chiang-mai and Laampoon

5. 19 ธค. เทศนาคริสตมาส “พระทรงบังเกิดโลกจงยินดี” ที่ คจ.ร่มเกล้านาไร่เดียว จ.อุตรดิตถ์
Dec.19 Christmas RomKlao Church Uttaradit

6. 25-26 ธค. ร่วมฉลองคริสตมาสที่ คจ.สามัคคีธรรมป่างิ้ว เวียงป่าเป้า เชียงราย
Dec.25-26 Christmas Fellowship Church in Wiang-pa-pao Chiang-Rai
Bandhit Dawaen
The servant of God for NTBCA

http://bandhit.blogspot.com/

03 มกราคม 2554

ก้าวต่อไป...ก้าวอย่างไรดี โดย บัณฑิต ดาแว่น

คิดอย่างบัณฑิต โดย บัณฑิต ดาแว่น
ก้าวต่อไป...ก้าวอย่างไรดี

"จงระวังให้ดี มิฉะนั้น ใจของท่านจะจมอยู่กับ ความสนุกบันเทิงฝ่ายโลก การเมามาย และความวิตกกังวลต่างๆ ในชีวิต และวาระนั้นจะมาถึงตัวท่าน อย่างไม่คาดคิดเหมือนกับดัก เพราะวันนั้นจะมาถึง คนทั้งปวงที่ใช้ชีวิตอยู่บนพื้นโลก จงเฝ้าระวังอยู่เสมอ และอธิษฐาน เพื่อท่านจะสามารถรอดพ้น จากสิ่งทั้งปวงที่กำลังจะเกิดขึ้น และเพื่อท่านจะสามารถ ยืนอยู่ต่อหน้าบุตรมนุษย์ได้" (Luke 21:34-36 [TNCV])

ในช่วงการเริ่มต้นปีใหม่ โดยทั่วไปแล้วคนเรามักจะหาสิ่งที่จะทำให้สบายใจ เพื่อเป็นการเริ่มต้นที่ดีของชีวิต ไม่เว้นแม้ผู้เชื่อพระเจ้าที่หลายครั้งมักจะเลือกอ่านพระคัมภีร์ตอนที่ทำให้รู้สึกดีไว้ก่อน ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดที่จะชอบอย่างนั้น แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้นควรให้เป็นการสำแดงจากพระเจ้าผ่านทางพระวจนะที่ไม่ใช่เพราะเราชอบหรือไม่ชอบ และเพื่อช่วยให้มั่นใจว่าไม่ใช่เพราะการเลือกตามใจชอบ ผมจึงวางแผนการอ่านพระคัมภีร์แบบต่อเนื่อง โดยเริ่มจากปฐมกาลจนถึงวิวรณ์วนไปอย่างนี้เป็นประจำ ทุกวันก็จะพบคำสอนที่คาดไม่ถึง และน่าตื่นเต้นอยู่เสมอ เช่นเดียวกับเช้าวันปีใหม่พระเจ้าสำแดงผ่านทางพระวจนะที่อ่านและ ใคร่ครวญ จากพระธรรม ลูกา 21.5-38 เริ่มต้นรู้สึกตกใจนิด ๆ เพราะเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นเรื่องที่น่าวิตก จากคำสอนที่เป็นการพยากรณ์ของพระเยซูเกี่ยวกับพระวิหารอันงดงามในมุมมองของสาวก แต่มุมมองของพระเยซูกลับเห็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่ปรารถนาจะให้เกิด และคงไม่มีใครกล้าที่จะพูดออกไปอย่างนั้น พระเยซูได้กล่าวว่า " สิ่งต่างๆ ที่ท่านเห็นอยู่นี้ สักวันหนึ่ง จะไม่เหลือศิลาซ้อนทับกันสักก้อนเดียว ทุกก้อนจะถูกโยนทิ้งลงมาหมด" (ลก.21.6) ซึ่งต่อมาอีกประมาณ 40 ปี คือ ค.ศ. 70 อาณาจักรโรมันก็ยกทัพมาถล่มกรุงเยรูซาเล็มและทำลายพระวิหารราบเป็นหน้ากลอง จริงตามพระดำรัสพระเยซู ซึ่งในขณะนั้นเหล่าสาวกไม่อาจเข้าใจทั้งหมด พวกเขาได้แต่ถามพระองค์ว่า " พระอาจารย์ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด? และอะไรเป็นหมายสำคัญว่าสิ่งเหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้น?" พระเยซูอธิบายว่า จะมีเหตุการณ์ต่างๆ เป็นเครื่องบอกสัญญาณก่อนที่จะถึงวาระสุดท้าย ซึ่งสำหรับพวกเราในปัจจุบันเข้าใจว่าไม่ใช่เฉพาะการพยากรณ์ถึงพระวิหารเท่านั้นแต่ยังทรงเล็งถึงอนาคตของโลกนี้ต่อไปด้วย เหตุการณ์ต่างๆที่พระเยซูให้สังเกตจากพระธรรมตอนนี้ ได้แก่การที่จะมีผู้อ้างตัวในนามพระเยซู ข่าวเรื่องการสู้รบและการปฏิวัติ ภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายอย่าง เหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวและหมายสำคัญยิ่งใหญ่จากฟ้าสวรรค์ รวมทั้งการข่มแหงผู้เชื่ออย่างหนักทั้งในระดับสังคมและลงลึกไปถึงระดับครอบครัว ความทุกข์ลำบากเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวยิ่งนักโดยเฉพาะบรรดาหญิงมีครรภ์ และลูกเด็กเล็กแดงที่ยังไม่สามารถช่วยตัวเองได้ดี ถึงกระนั้นความโกลาหลปั่นป่วนก็ยังไม่จบสิ้น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ท้องฟ้าและทะเล ต่างส่งสัญญาณในเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นด้วย พระเยซูกล่าวว่า... วาระนั้น เขาทั้งหลายจะเห็นบุตรมนุษย์เสด็จมาในหมู่เมฆ ด้วยฤทธิ์อำนาจและพระสิริยิ่งใหญ่ เมื่อสิ่งเหล่านี้เริ่มขึ้น จงยืนขึ้นและเชิดศีรษะขึ้น เพราะท่านใกล้จะได้รับการไถ่แล้ว" (ลก.21.27-28) พระองค์ยังอธิบายด้วยคำอุปมาว่า... "จงมองดูต้นมะเดื่อ และต้นไม้ทั้งปวงเถิด เมื่อมันผลิใบ ท่านก็เห็น และรู้ด้วยตนเองว่า ฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว เช่นเดียวกัน เมื่อท่านเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ท่านก็รู้ว่า อาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว "เราบอกความจริงแก่ท่านว่า คนยุคนี้2 ยังไม่ทันล่วงลับไป สิ่งทั้งปวงเหล่านี้ก็เกิดขึ้นแล้วอย่างแน่นอน ฟ้าและดินจะสิ้นสูญไป แต่ถ้อยคำของเราไม่มีวันสูญสิ้น ...”

เรื่องที่พระเยซูพยากรณ์ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกวันนี้เราสามารถสังเกตและสัมผัสถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นใกล้ตัวเข้ามาทุกที กระแสที่เชื่อว่าโลกนี้จะถึงกาลอวสานได้แสดงออกผ่านทางสื่อต่างๆ ทั้งในรูปแบบงานเขียน ภาพยนตร์ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ และการทำนาย เป็นต้น ดังตัวอย่าง สื่อมวลชนบางแขนง กล่าวถึงปฏิทินมายาทำนายว่า ปี ค.ศ. 2012 เป็นวาระสุดท้ายของโลก บทความไทยรัฐออนไลน์วันที่ 1 มกราคม 2554 เรื่อง “นับจากนี้อีก 50 ปี โลกจะแตก คนไทยจะสูญพันธุ์ของ” ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ก็ทำให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงทั่วโลกเมื่อปี 2010 ที่ผ่านมาและการพยากรณ์ถึงอนาคตที่น่าสะพรึงกลัวด้วยว่าโลกนี้จะถึงกาลอวสาน ดังตอนหนึ่งที่ว่า...ถามว่าหากโลกใบนี้แตก "มนุษย์จะสูญพันธุ์" ไหม ผอ.ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บอกว่า"ถ้าวันนี้เราไม่สู้หรือไม่ทำอะไรเลย จินตนาการที่ว่าโลกแตกมนุษย์สูญพันธุ์นั้น "มันก็เป็นไปได้..." เมื่อมองว่าโลกจะต้องถึงกาลอวสานจริงๆ คำถามก็คือวันนี้ "นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก" มีการมองว่าจะทิ้งโลกที่อนาคตกำลังจะแตกเอาไว้ไหม...? ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโลกร้อนบอกว่า "มี" (ที่มา: http://www.thairath.co.th/content/life/124923)ไทยโพสต์ 1 มกราคม 2554 ลงบทความ “2012 ฤๅโลกาจะวินาศ? ความจริงหลังทฤษฎีวันสิ้นโลก” ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับสาเหตุที่จะทำให้โลกนี้สิ้นสุดถึง 6 ประการ ได้แก่ 1. มนุษย์ต่างดาวบุก หรือรัฐบาลยืนยันการติดต่อกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก 2. ดาวนิบิรุหรือดาวเคราะห์ปริศนาพุ่งชนโลก 3. มหันตภัยจากดวงอาทิตย์ 4. สนามแม่เหล็กโลกสลับขั้ว 5. ภูเขาไฟบรรลัยกัลป์ 6. สงครามโลกครั้งที่ 3 (ที่มา: http://www.thaipost.net/news/010111/32291 )

หากจะวิเคราะห์สภาพการณ์ของประเทศไทยโดยทั่วไปก็จะพบว่ามีแนวโน้มที่น่าเป็นห่วงมากขึ้น ด้านสังคม มีความรุนแรงมาตลอดและเวลานี้ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน ด้านการเมือง ใกล้เวลาเลือกตั้งใหญ่ที่ต้องมีการแข่งขนกันอย่างรุนแรง การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยังมีความเห็นแตกต่างสุดขั้ว ด้านเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นดีนัก ด้านศาสนายังมีความขัดแย้งและเสื่อมศรัทธา ด้านครอบครัวยังแตกแยกไม่หยุดส่งผลให้มีครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวมากขึ้น รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารของมนุษย์และสัตว์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยังมีผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น จากที่กล่าวมาพอสรุปได้ว่า แนวโน้มของชีวิตนับวันจะยุ่งยากมากขึ้น การดำเนินชีวิตไม่ง่ายกว่าเดิมแน่นอน นี่ยังไม่กล่าวถึงการรักษามาตรฐานของชีวิตและคริสตจักรตามหลักพระวจนะอันบริสุทธิ์ด้วยความยำเกรงเลย ซึ่งหากรวมแล้วคงไม่มีใครคัดค้านว่า ชีวิตจากนี้ไปไม่ง่ายเลยจริง ๆ !

แล้วเราจะทำอย่างไรกันดีละ ! คงเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในบรรดาสาวกที่ฟังถ้อยคำของพระเยซูโดยตรงเวลานั้นและชีวิตของเราในปัจจุบันนี้เช่นกัน ซึ่งพระเยซูให้หลักการที่จะเป็นทางรอดไว้ว่า…
หนึ่ง... เมื่อท่านเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ท่านก็รู้ว่า อาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว (ข้อ 31)
สอง... คนยุคนี้ (ชาติพันธุ์นี้) ยังไม่ทันล่วงลับไป สิ่งทั้งปวงเหล่านี้ก็เกิดขึ้นแล้วอย่างแน่นอน (ข้อ 32)สาม... ฟ้าและดินจะสิ้นสูญไป แต่ถ้อยคำของพระเยซูไม่มีวันสูญสิ้น (ข้อ 33)
สี่... "จงระวังให้ดี มิฉะนั้น ใจของท่านจะจมอยู่กับ ความสนุกบันเทิงฝ่ายโลก การเมามาย และความวิตกกังวลต่างๆ ในชีวิต และวาระนั้นจะมาถึงตัวท่าน อย่างไม่คาดคิดเหมือนกับดัก เพราะวันนั้นจะมาถึง คนทั้งปวงที่ใช้ชีวิตอยู่บนพื้นโลก... (ข้อ 34-35)
ห้า... จงเฝ้าระวังอยู่เสมอ และอธิษฐาน เพื่อท่านจะสามารถรอดพ้น จากสิ่งทั้งปวงที่กำลังจะเกิดขึ้น และเพื่อท่านจะสามารถ ยืนอยู่ต่อหน้าบุตรมนุษย์ได้" (ข้อ 36)

การที่จะก้าวต่อไปในสถานการณ์ที่เราไม่อาจทราบหรือควบคุมได้ทั้งหมด สิ่งที่ควรทำ 2 ด้าน คือ การใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง และ การพึ่งพระเจ้าโดยการอธิษฐานอยู่เสมอ กล่าวคือ เราต้องมีความรับผิดชอบในส่วนของตนเอง และมอบความไว้วางใจไว้กับพระเจ้า เราต้องใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง เพราะพระเจ้าให้สติปัญญา ให้เครื่องมือ ให้โอกาสที่ดีมากมายแก่มนุษย์แล้ว เช่น หากเราต้องการรักษาทรัพย์สิ่งของที่มีค่าเราก็สามารถหาวิธีรักษาความปลอดภัยด้วยวิธีต่างๆได้ ทั้งนี้จะมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับคุณค่าของสิ่งนั้น ซึ่งประเด็นนี้คนทั่วไปก็กระทำกันอย่างปกติ เป็นต้นว่า บริษัท หน่วยงาน ห้างร้าน บ้านเรือน ต่างมีระบบรักษาความปลอดภัยของตนเอง ทั้งใช้เครื่องมือ เทคโนโลยี และเจ้าหน้าที่ แต่สำหรับผู้เชื่อในพระเจ้านั้น เรามีหน่วยรักษาความปลอดภัยที่มากกว่านั้นอีกคือ นอกจากการระมัดระวังโดยการพึ่งสติปัญญา กำลัง ความสามารถที่พระเจ้าประทานให้แล้ว เรายังพึ่งในฤทธานุภาพของพระเจ้าด้วยการอธิษฐานวิงวอนต่อพระองค์เพื่อให้เราสามารถเผชิญกับทุกสิ่งได้ (มธ.24.20 ,มก.13.18,ฟป.4.13,สภษ.3.5-7, สดด.37.3-6,อฟ.6.18,1ธก.5.17) เพราะนอกจากที่เราจะสามารถรอดพ้นจากสิ่งทั้งปวงที่จะเกิดขึ้นแล้ว เรายังจะสามารถยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าได้อย่างสง่างามด้วย เนื่องจากเป็นไปได้ที่พบว่าหลายคนที่ไม่พึ่งพระเจ้า ไม่อธิษฐาน ไม่ดำเนินตามพระวจนะยังสามารถประสบความสำเร็จ ยังอยู่รอดปลอดภัย ยังร่ำรวย ยังมีอำนาจ ยังมีสุขภาพเข็งแรงอยู่ได้ ยังมีอีกสารพัดที่คนชอบธรรมหลายคนยังไม่เคยมีด้วยซ้ำ แต่ถึงกระนั้นพระเจ้ายังสอนให้รู้ว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เอาชีวิตรอด แต่ต้องสามารถยืนอยู่ต่อหน้าพระเจ้าได้ด้วย จึงจะถือว่ารอดปลอดภัยยังแท้จริง (รม.14.10,1คร.312-15,1ธก.3.13) เพราะจะมีประโยชน์อะไรที่รอดจากโลกนี้ไปแต่สุดท้ายต้องถูกปฏิเสธจากพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ว่า “เราไม่รู้จักเจ้า” และถูกแยกไปอยู่อีกฝากหนึ่งที่ต้องรอรับโทษ

แม้ว่าก้าวต่อไปในปีนี้หรือปีต่อไปจะยากหรือง่าย สิ่งสำคัญที่เรายังต้องยึดมั่นเสมอคือ ใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังและด้วยการอธิษฐาน เพื่อเราจะสามารถเผชิญกับทุกสิ่งได้และถวายเกียรติแด่พระเจ้าในทุกสถานการณ์ แม้ไม่ง่าย แต่คงไม่ยากเกิน

ขอพระเจ้าเสริมกำลัง และประทานสติปัญญาแก่ประชากรของพระองค์ด้วยเถิด...อาเมน

23 ธันวาคม 2553

Merry Christmas 2010


"ขอพระคุณและสันติสุขจากพระเจ้าพระบิดาของเรา
และจากพระเยซูคริสตเจ้าจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด"
Grace to you and peace from God our Father and the Lord Jesus Christ.
(I Corinthians 1:3)

Merry Christmas 2010 and Happy new year 2011

From...Bandhit Dawaen and Family

14 ธันวาคม 2553

บนเส้นทางประตูแคบ โดย บัณฑิต ดาแว่น


คิดอย่างบัณฑิต โดย บัณฑิต ดาแว่น

บนเส้นทางประตูแคบ

“ท่านทั้งหลายจงเพียรเข้าไปทางประตูคับแคบ เพราะเราบอกท่านทั้งหลายว่า คนเป็นอันมากจะพยายามเข้าไป แต่จะเข้าไม่ได้... Luke 13:24จงเข้าไปทางประตูแคบ เพราะว่าประตูใหญ่ และทางกว้างซึ่งนำไปถึงความพินาศ และคนที่เข้าไปทางนั้นมีมาก เพราะว่าประตูซึ่งนำไปถึงชีวิตนั้นก็คับและทางก็แคบ ผู้ที่หาพบก็มีน้อย Matthew 7:13-14

การดำเนินชีวิตท่ามกลางการครอบครองของเจ้าแห่งโลกนี้ นับวันนี้ยิ่งยุ่งยากมากขึ้น แม้ข่าวประเสริฐแห่งความรอดและเสรีภาพในพระคริสต์จะประกาศออกไปทั่ว แต่ต้องยอมรับว่าตราบใดที่โลกใหม่ยังไม่มาถึง บรรดาผู้เชื่อยังต้องอาศัยภายใต้ระบบของยุคนี้ต่อไป ดังคำอธิษฐานของพระเยซูที่ว่า ... ข้าพระองค์ได้มอบพระดำรัสของพระองค์ให้แก่เขาแล้ว และโลกนี้ได้เกลียดชังเขา เพราะเขาไม่ใช่ของโลก เหมือนดังที่ข้าพระองค์ไม่ใช่ของโลก ข้าพระองค์ไม่ได้ขอให้พระองค์เอาเขาออกไปจากโลก แต่ขอปกป้องเขาไว้ให้พ้นจากมารร้าย เขาไม่ใช่ของโลก เหมือนดังที่ข้าพระองค์ไม่ใช่ของโลก ขอทรงโปรดชำระเขาให้บริสุทธิ์ด้วยความจริง พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง พระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มาในโลกฉันใด ข้าพระองค์ก็ใช้เขาไปในโลกฉันนั้น...( John 17:14-18)

ขอบคุณพระเจ้าที่เราไม่ได้อาศัยอยู่ในโลกอย่างเดียวดาย แต่มีพระวจนะเป็นเข็มทิศนำทาง มีผู้ปกป้องให้พ้นจากมารร้าย มีความจริงช่วยชำระให้บริสุทธิ์ มีพระประสงค์ให้อยู่ในโลกอย่างมีเป้าหมาย แต่ถึงกระนั้น ยังต้องตระหนักเสมอว่า การเข้าสู่ประตูแคบและเดินในเส้นทางนี้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ ทรงยืนยันชัดว่า เป็นทางที่ประตูคับแคบ คนที่หาพบและเข้าไปมีน้อย แถมผู้ที่อยู่บนเส้นทางนี้จะถูกเกลียดชัง เหมือนดังที่พระเยซูเผชิญ ท่านเปาโลผู้รับใช้ของพระเจ้ากล่าวว่า ... แท้จริงบรรดาคนที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตตามทางของพระเจ้า ในพระเยซูคริสต์จะถูกกดขี่ข่มเหง (II Timothy 3:12)

แม้พระเยซูคริสต์จะสอนให้เราใช้ชีวิตอย่างฉลาดและสุภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างที่เรากระทำนั้นจะสำเร็จตามที่ต้องการ ที่สำคัญเราได้สำเร็จตามพระวจนะแล้ว คือ ท่ามกลางกระแสของโลก เรายังสามารถรักษาความเชื่อ รักษาความบริสุทธิ์ รักษาความถูกต้อง รักษาความดีงามตามน้ำพระทัยไว้ได้ แม้อาจจะต้องพ่ายแพ้ต่ออำนาจฝ่ายโลกนี้ ขาดโอกาสในชีวิตหลายประการ อันเนื่องมาจากการยืนยันอยู่ฝ่ายพระเจ้า และไม่ยินยอมคล้อยตามกระแสของทางกว้างที่ดูเหมือนให้โอกาส ให้ความสะดวกสบาย ให้ชัยชนะ ให้ความสำเร็จตามแบบที่คนทั่วไปในโลกนี้ต้องการ แต่สุดท้ายนำไปสู่ความพินาศ

ขอย้ำอีกครั้งว่า ไม่ง่ายที่จะยืนหยัดท่ามกลางกระแสของยุคนี้ ! ยังต้องพากเพียรโดยความเชื่อ และด้วยความจริงที่ว่า นี่เป็นช่วงเวลาชั่วคราวและประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น หากเปรียบเทียบกับศักดิ์ศรีอันถาวรที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ สิ่งที่เราต้องทนทุกข์อยู่เวลานี้ก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย (I Peter 1:6-9;5.10, Romans 8:18, II Corinthians 4:16-18 )

จากประสบการณ์และเท่าที่ทราบจากคนที่ต้องเผชิญกับการถูกเอารัดเอาเปรียบ การเสียโอกาส และการต้องยอมจ่ายด้วยราคาที่แพงกว่าปกติหลายเท่า และที่ลำบากใจคือ การที่ถูกมองว่าโง่เขลาจากการที่ไม่ยอมคล้อยตามระบบที่เขากำหนดไว้ว่าต้องจ่ายค่าสารพัดที่ไม่มีหลักฐานและกฎหมายรองรับ แต่คนอื่นๆต่างรู้และทำตามนั้นทั้งแบบเต็มใจและไม่อาจขัดขืนได้ ไม่ทราบว่าคุณเคยมีประสบการณ์อย่างไรบ้าง ?

ยอมรับว่ารู้สึกเหนื่อยล้ากับสถานการณ์ต่างๆ ที่พบเจอมา แต่ก็ได้รับกำลังจากพระวจนะอันประเสริฐเสมอว่า “เรากำลังเดินบนเส้นทางแห่งประตูคับแคบ แม้ว่าจะยากแต่นำไปสู่ชีวิต ต้องพิชิตด้วยความเชื่อและความเพียร" ตราบใดที่เรายังอยู่ในโลกที่ปกคลุมด้วยอิทธิพลของความมืด ยังต้องพากเพียร อดทน ที่จะยืนหยัดในความเชื่อต่อไป

ขอพระเจ้าเมตตาเสริมกำลังและปกป้องคนของพระองค์ด้วยเทอญ

30 พฤศจิกายน 2553

The Ministry of God

The Ministry of God in my life

Robert&Linda Snowdon in northern Thailand 2010

"God is good all the time and all the time God is good"

Thanks God

Bandhit

07 พฤศจิกายน 2553

NTBCA / พันธกิจ สคบ.เหนือ

พันธกิจ สคบ.เหนือ
Northern thailand baptist churches association (NTBCA)


1. NTBCA meeting on September 10-11;2010 at Chiangmai การประชุมคณะกรรมการที่เชียงใหม่
We have The 20+ people worship&Prayer for NTBCA and share vision start a new church in chiangmai
Thank for Kenly Z. binden The leader of IMB in Thai He is encourage us by the word of God



2. Mississippi Team Came to Lampang Baptist Church on Sep.30-4 Oct.;2010
ทีมอาสาสมัครจากรัฐมิสซิสซิปปี้ อเมริกา มาช่วยคริสตจักรลำปางแบ๊บติสต์
Thank for Northern thai ministry by Mark pantenaude and Bandhit Dawaen Coordinated MS.Team for help Ajarn Kanokchai and Lampang Baptist Church


3. Oct.30;2010 Bandhit and Team went to Akha Baptist Church in ChiangRai for preaching and encourage Ajarn Luke and his families because his father to be with God.
เทศนาหนุนใจงานศพคุณพ่อของ อาจารย์ลูกา เฌอหมื่อ ที่คจ.อาข่า เชียงราย


4. Nov.6;2010 Bandhit’family went to Lahu Baptist Church in ChiangMai for preaching in the “Thank giving day” เทศนาในงานถวายขอบคุณคริสตจักรร่มไทรแบ๊บติสต์ (ลาหู่) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่



Next: Nov.8-10;2010 We will go to the leadership training in Kampang paet Baptist Church with the leader of eastern thai baptist churches
การอบรมผู้นำร่วมกับผู้นำภาคตะวันออกที่ จ.กำแพงเพชร

Please Pray for us (NTBCA) in the Ministry of God.

Look for NTBCA and NT.Ministry in http://bandhit.blogspot.com/ สามารถติตามข่าวอื่น ๆ ได้

Bandhit Dawaen
The servant of God for NTBCA
Nov.7;2010

31 ตุลาคม 2553

God is so good

Thoughts like Bandhit by Bandhit Dawaen

God is so good
Thank God for a good time on October 11-31,2010. Robert and Linda Snowdon came to my house for teaching English to Tiwa and me. Every day We can practice with them by conversations ,Pray Walk , Teach The children at the church and The village. We have a good time good friend and good opportunity to improve English and Evangelize to another people.

Please Pray for Kun Oil (อ้อย) who is Tiwa Ice-Cream customer. She is help us for teaching in her village. Then we went to her house and talk about Jesus with her and gave the Bible and Christian books. She is very excited when Robert and Linda told her about good news.


(2Tim 2:21 [NIV-r])
If a man cleanses himself from the latter, he will be an instrument for noble purposes, made holy, useful to the Master and prepared to do any good work.
This scripture is the reason make me would like to study English. Because I would like to God use my life more and more for the kingdom of God.
That time I can “Learning by Doing” But in the beginning for me. I hope to have more opportunity.

Thank you The Lord very much. because God is so good for me and I know “God is good all the time and all the time God is good”

In Jesus Christ.
Bandhit&Tiwa Dawaen
Oct.31,2010

09 ตุลาคม 2553

มิตรภาพจากแดนไกล MS.To Northern Thai

คิดอย่างบัณฑิต โดย บัณฑิต ดาแว่น
มิตรภาพจากแดนไกล
วันที่ 30 กันยายน – 7 ตุลาคม 2010 พันธกิจคนเหนือ นำทีมอาสาสมัครจากรัฐ Mississippi USA. จำนวน 10 คน รวมทั้งอาสาสมัครจากคริสตจักรต่างๆในไทยอีกกว่า 20 คน ออกไปเดินอธิษฐาน ประกาศข่าวประเสริฐ และพัฒนาชีวิตในชุมชน ที่จังหวัดลำปาง และแพร่ โดย 5 วันแรกร่วมมือกับคริสตจักรลำปางแบ๊บติสต์ เดินอธิษฐานอวยพรชุมชนเมือง อำเภอห้างฉัตร มหาวิทยาลัยโยนก เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วยและเลี้ยงอาหารกลางวันที่บ้านพักคนชรา บางคนไปเล่นกอล์ฟกระชับสัมพันธ์กับนักธุรกิจ และช่วยกันทาสีอาคารโบสถ์ แม้อากาศจะร้อนทั้งเหน็ดเหนื่อยกับการเดินและกิจกรรมต่างๆบ้าง แต่ทุกคนยังมุ่งมั่นที่จะรับผิดชอบหน้าที่ด้วยใจยินดี ยิ่งเห็นพี่น้องในลำปางรับพระพรจากพระเจ้าผ่านทางการร่วมมือในครั้งนี้ ทุกคนก็ขอบคุณพระเจ้า
หลังจากนั้นทีมได้ไปที่จังหวัดแพร่ เพื่อเยี่ยมเยียนผู้สนใจจากการติดตามฟังรายการวิทยุ “ข้อคิดเพื่อชีวิต” จุดแรกไปที่อำเภอสูงเม่น แม้ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนแต่มีความคุ้นเคยผ่านทางการฟังและสนทนาทางโทรศัพท์ก็รู้สึกสนิทสนมได้เร็ว พวกเขารอต้อนรับทีมตั้งแต่เช้า นำทีมเดินชมงานแกะสลักประตู หน้าต่างที่เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน ทั้งมีโอกาสเล่าประสบการณ์ส่วนตัวกับหลายครอบครัว และยังพบผู้ฟังวิทยุอีกหลายคนที่บอกว่าติดตามฟังอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นประโยชน์ต่อชีวิต จุดที่สองไปเยี่ยมที่อำเภอร้องกวาง เป็นครอบครัวที่เชื่อใหม่ รายการวิทยุช่วยให้เขามีความเชื่อที่มั่นคง เพราะหลังจากที่เชื่อแล้วเขาได้นำสามีและลูกมาเชื่อ หลังจากทีมได้รับฟังคำพยานชีวิตครอบครัวนี้ ก็กลับมาทานอาหารกลางวันที่คริสตจักรไทยบำรุงธรรม ส่วนช่วงเย็นของทั้งสองวันที่แพร่ เจ้าของสถานีวิทยุ FM 97 MHz ได้จัดอาหารเย็นเลี้ยงทีมด้วยน้ำใจที่เปี่ยมล้น ครอบครัวนี้ยังไม่เป็นคริสเตียนแต่เนื่องจากประทับใจในรายการวิทยุของเราที่ออกอากาศของสถานีที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน และมีผู้ฟังตอบสนองดี จึงอยากจะมีส่วนรับรองทีม ตลอดสองเย็นที่ทานอาหารด้วยกันเรามีโอกาสแบ่งปันคำพยานชีวิต ร้องเพลง และอธิษฐานอวยพรครอบครัวนี้เป็นพิเศษ

นับเป็นมิตรภาพอันจริงใจที่มาจากสายสัมพันธ์ของพระเจ้า ผู้ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของชีวิตของชนทุกชาติ ทุกภาษา ที่ช่วยให้ Mission Trip ครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นพระพรทั้งคริสตจักรและผู้คนในชุมชน สิ่งที่เห็นชัดคือ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนเป็นการจัดเตรียม การทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราต่างเห็นความก้าวหน้าของการประกาศข่าวประเสริฐอย่างอัศจรรย์ และเชื่อว่าจะส่งผลให้มีหลายคนมารู้จักกับพระเจ้าต่อไป สิ่งที่เรียนรู้อีกเรื่องคือการเกิดผลนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิธีการของมนุษย์แต่ขึ้นอยู่กับพระเจ้าผู้ใช้เราเป็นกระบอกเสียง ดังคำกล่าวที่ว่า “มนุษย์ต่างค้นหาวิธีการ แต่พระเจ้าค้นหาคนที่มีใจเชื่อฟัง ที่พร้อมให้พระองค์ใช้”

คุณพร้อมให้พระเจ้าใช้ชีวิต ใช้ของประทาน ใช้งานอาชีพที่รับผิดชอบอย่างที่ควรจะเป็นเพื่อแผ่นดินของพระองค์หรือไม่ ?


พันธกิจคนเหนือ (Northern Thai Ministry) เป็นทีมงานที่พร้อม สร้างชีวิต สร้างสาวก สร้างผู้นำ สำหรับคริสตจักรท้องถิ่นที่ต้องการร่วมมือซึ่งกันและกันในการประกาศข่าวประเสริฐ และการดำเนินพันธกิจของพระเจ้าในทุกด้าน
สนใจร่วมมือกับเรา เพื่อตอบสนองพระมหาบัญชาของพระเจ้า และมีส่วนในการสนับสนุนโดย การอธิษฐาน ร่วมทีมอาสาสมัคร ติดต่อ ผู้อำนวยการพันธกิจคนเหนือ อ.บัณฑิต ดาแว่น 081 993 2866
E-Mail: khonnuea@hotmail.com