คิดอย่างบัณฑิต
“ผู้รับใช้ของพระเจ้า” (มือใหม่)
โดย
ศาสนาจารย์ บัณฑิต ดาแว่น
วันนี้ มีโอกาสแบ่งปันพระวจนะของพระเจ้าสำหรับนักศึกษาพระคริสตธรรมในวันรับวุฒิบัตร
จากนี้จะต้องออกไปสนามรับใช้จริง จะถูกเรียกขานว่า “ผู้รับใช้ของพระเจ้า” จะมีทั้งคนให้เกียรติ คาดหวัง
ในขณะเดียวกันจะมีคนคอยสังเกตและพิสูจน์ฝีมือการทำงานของผู้รับใช้มือใหม่ไปด้วย
จะเตรียมตัว
และรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างไร มีเรื่องที่จะขอให้ทำสองเรื่อง
โดยประยุกต์จากพระคัมภีร์ 2 ทิโมธี บทที่ 1 ข้อ 1 - 14
1. ขอให้มั่นใจว่ามีผู้คอยเป็นกำลังใจอยู่เบื้องหลังเสมอ (ข้อ
1-4)
จาก เปาโล
อัครทูตของพระเยซูคริสต์ตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ผู้ได้รับมอบการประกาศพระสัญญา
ที่จะทรงประทานชีวิตซึ่งมีในพระเยซูคริสต์
2ถึง ทิโมธี
บุตรที่รักของเรา
ขอพระคุณและพระเมตตา และสันติสุขจากพระบิดาเจ้า
และพระเยซูคริสตเจ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา จงดำรงอยู่กับท่านเถิด 3เมื่อข้าพเจ้าระลึกถึงท่านในการอธิษฐานอยู่เสมอนั้น
ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าซึ่งข้าพเจ้าได้รับใช้ด้วยจิตสำนึกอันบริสุทธิ์เช่นบรรพบุรุษของข้าพเจ้า
4ขณะเมื่อระลึกถึงน้ำตาของท่าน
ข้าพเจ้าก็ปรารถนาทั้งวันทั้งคืนที่จะได้พบท่าน ซึ่งจะทำให้ข้าพเจ้ายินดีอย่างยิ่ง
ผู้ที่จะคอยเป็นกำลังใจคือ
คณาจารย์
อาจารย์ยังคิดถึงลูกศิษย์เสมอ ดังที่อาจารย์เปาโลระลึกถึงและอธิษฐานเผื่อทิโมธีเสมอ ขอให้รู้และมั่นใจว่ามีบรรดาอาจารย์และผู้หลักผู้ใหญ่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ ดังนั้น จบออกไปแล้ว อย่ากระดี๊กระด๊าจนเกินไป
อย่าหลงเพลินไปกับความมีอิสระเสรี ที่ผ่านมานั้นถูกกรอบของกฎระเบียบที่สถาบันให้ฝึกฝนมานาน ในหัวอกของอาจารย์เหมือนพ่อแม่ที่คอยมองลูกๆ
เสมอ แม้เขาจะเก่งขนาดไหน อายุมากขึ้นเท่าไหร่
แต่พ่อแม่ยังคิดถึงลูกน้อยของตนอยู่เรื่อยไป
และด้วยพลังแห่งความคิดถึงนี่แหละที่จะออกมาเป็นคำอธิษฐานเพื่อพวกท่าน ดังนั้น บุตรชาย บุตรหญิงของเราเอ๋ย
อย่าลืมคำสั่งสอนของพ่อแม่เจ้านะ อย่างที่สุภาษิตสอนว่า
8บุตรชายของเราเอ๋ย จงฟังคำเตือนของพ่อเจ้า และอย่าทิ้งคำสั่งสอนของแม่เจ้า
9เพราะทั้งสองนั้นเป็นมงคลงามสวมศีรษะของเจ้า เป็นจี้ห้อยคอของเจ้า Proverbs 1:8-9
8บุตรชายของเราเอ๋ย จงฟังคำเตือนของพ่อเจ้า และอย่าทิ้งคำสั่งสอนของแม่เจ้า
9เพราะทั้งสองนั้นเป็นมงคลงามสวมศีรษะของเจ้า เป็นจี้ห้อยคอของเจ้า Proverbs 1:8-9
ผู้ที่จะสถิตอยู่กับท่านเสมอ คือ
องค์พระผู้เป็นเจ้า
พระเจ้ายังคงสถิตอยู่กับท่านเสมอ
ดังที่อาจารย์เปาโลอวยพรไว้ว่า...ขอพระคุณและพระเมตตา และสันติสุขจากพระบิดาเจ้า
และพระเยซูคริสตเจ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา จงดำรงอยู่กับท่านเถิด
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ให้คิดถึงและมั่นใจใน
พระคุณ พระเมตตา และ สันติสุขจากพระบิดาเจ้า และพระเยซู ผู้สถิตอยู่ด้วย
และผู้ทรงดำรงอยู่ คือ มีชีวิตอยู่ มีอำนาจอยู่ ตามพระสัญญาของพระองค์
ที่เมื่อใช้เราออกไปก็จะทรงให้สิทธิอำนาจ และสถิตอยู่ชูช่วยเสมอไปเช่นกัน
18พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับเขาว่า “ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว 19เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ 20สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค” Matthew 28:18-20
2.
ขอให้เตรียมชีวิตเพื่อพิชิตทุกสถานการณ์ให้ได้ (ข้อ 5-14)
1. จงมีความเชื่ออย่างจริงใจ (5)
5ข้าพเจ้าระลึกถึงความเชื่ออย่างจริงใจของท่าน
อันเป็นความเชื่อซึ่งเมื่อก่อนได้มีอยู่ในโลอิสยายของท่าน และในยูนีสมารดาของท่าน และบัดนี้ข้าพเจ้าเชื่อว่ามีอยู่ในท่าน
ให้มีความเชื่อที่จริงใจ คือ
เชื่อออกมาจากใจของตนเอง ไม่ใช่แค่ฟังหรือรับรู้มาจากคนอื่นเท่านั้น
แต่ต้องมีประสบการณ์แห่งความเชื่อในพระเจ้าด้วยตนเองอย่างแท้จริง
2. จงใช้และพัฒนาของประทานอย่างเต็มที่ (6-7)
6อันของประทานของพระเจ้าซึ่งมีอยู่ในท่าน โดยที่ข้าพเจ้าได้เอามือวางบนท่านนั้น ขอเตือนว่าท่านจงกระทำให้รุ่งเรืองขึ้น
7เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงประทานจิตที่ขลาดกลัวให้เรา แต่ได้ทรงประทานจิตที่กอปรด้วยฤทธิ์ ความรัก
และการบังคับตนเองให้แก่เรา
ไม่มีใครเก่งมาแต่เกิด
แม้พระเจ้าจะให้ของประทานและความสามารถแล้ว แต่หากไม่ฝึกฝน ไม่พัฒนา
ก็จะใช้การไม่ได้เมื่อถึงเวลา
ท่านปัญญาจารย์สอนไว้ว่า 10ถ้าขวานทื่อแล้ว และเขาไม่ลับให้คม เขาก็ต้องออกแรงมาก แต่สติปัญญาจะช่วยให้บรรลุความสำเร็จ Ecclesiastes 10:10
3. จงมีใจกล้าและอดทน (8-12)
3. จงมีใจกล้าและอดทน (8-12)
8อย่าละอายที่จะเป็นพยานฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา หรือฝ่ายตัวข้าพเจ้าที่ถูกจำจองอยู่เพราะเห็นแก่พระองค์ แต่จงมีส่วนในการยากลำบาก เพื่อเห็นแก่ข่าวประเสริฐ โดยอาศัยฤทธิ์เดชแห่งพระเจ้า
9ผู้ทรงช่วยเราให้รอด และทรงให้เรามาเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ ไม่ใช่เพราะเห็นแก่การดีที่เราได้กระทำ แต่เพราะเห็นแก่พระประสงค์ของพระองค์เอง และพระคุณซึ่งทรงประทานแก่เรา ในพระเยซูคริสต์ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มานั้น
10และบัดนี้ได้ทรงสำแดงให้ประจักษ์
โดยการที่พระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเราเสด็จมา ผู้ได้ทรงกำจัดความตายให้สูญสิ้น และได้ทรงกระทำให้ชีวิตและสภาพอมตะกระจ่างแจ้งโดยข่าวประเสริฐ
11สำหรับข่าวประเสริฐนั้น ข้าพเจ้าได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ประกาศ เป็นอัครทูตและเป็นครู 12เพราะเหตุนั้นเองข้าพเจ้าจึงได้ทนทุกข์ลำบากเช่นนี้ ถึงกระนั้นข้าพเจ้าก็ไม่ละอาย เพราะว่าข้าพเจ้ารู้จักพระองค์ที่ข้าพเจ้าได้เชื่อ
และข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า
พระองค์ทรงสามารถรักษาซึ่งข้าพเจ้าได้มอบไว้กับพระองค์[ หรือ ซึ่งพระองค์ได้ทรงมอบให้แก่ข้าพเจ้า ] จนถึงวันพิพากษาได้
งานรับใช้ถือว่าเป็นงานที่ยากที่สุดในโลก
และเป็นงานที่ง่ายที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน ที่ “ยาก”
เพราะเป็นการเปลี่ยนชีวิตของคน ซึ่งเราเองทำไม่ได้ ในขณะเดียวกันที่ “ง่าย” เพราะ
พระเจ้าเป็นผู้กระทำกิจภายในชีวิตของเราและคนที่เชื่อด้วยฤทธิ์อำนาของพระองค์ ด้งนั้น ต้องมีใจกล้าด้วยความเชื่อ และอดทน
เพราะนี่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่เลือกใช้ชีวิตของท่าน
4. จงดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นคนรับใช้ของพระเจ้า
(13-14)
13จงประพฤติตามแบบแห่งคำสอนอันมีหลักที่ท่านได้ยินจากข้าพเจ้า
ด้วยความเชื่อและความรักซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์ 14จงรักษาความจริงซึ่งได้ทรงมอบไว้แก่ท่านโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งทรงสถิตอยู่ภายในเรา
เกราะป้องกันในการรับใช้ที่ดีที่สุดคือ
การดำเนินชีวิตในทางที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระเจ้าเสมอ ผู้อาวุโสให้คำแนะนำไว้ว่าให้ใช้หลักการ ท-ท-ท-ท = “ทำอย่างที่เทศน์ และ เทศน์อย่างที่ทำ”
อย่าเปิดช่องโหว่ให้มารหรือใครมาโจมตีเราได้
แม้วันนี้ยังไม่เก่ง ไม่เข้าใจ ไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก แต่หากชีวิตดี
มีชัยไปแล้วกว่าครึ่ง สิ่งเหล่านี้ต้องมีการฝึกฝน พัฒนา อุตส่าห์พยายามอยู่เสมอ
อย่าอวด ดี อวดเก่ง แต่จงใช้ชีวิตให้สมกับเป็นคนรับใช้ของพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด
ขอให้ผู้รับใช้ของพระเจ้า (มือใหม่)
จดจำเรื่องที่ขอในวันนี้...
ขอให้มั่นใจว่ามีผู้คอยเป็นกำลังใจอยู่เบื้องหลังเสมอ ทั้งบรรดาอาจารย์ และที่สำคัญพระเจ้าอยู่กับท่าน
ขอให้เตรียมชีวิตเพื่อพิชิตทุกสถานการณ์ให้ได้ โดย..
จงมีความเชื่ออย่างจริงใจ จงใช้และพัฒนาของประทานอย่างเต็มที่
จงมีใจกล้าและอดทน จงดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นคนรับใช้ของพระเจ้า
อาเมน !